Ratchasak's profileเด็กชายบอย กับ เด็กหญิงโ...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    April 16

    Long Weekend in Songkran Fesitval

    เรื่องราวนี้เป็นเรื่องราวอิงจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงจากพยานปากเดียว(กรูเอง) ด้วยการเล่าเรื่องที่อาจไม่ละเอียดและมั่วในบ้างครั้ง ขอให้ใช้วิจารณญานในการอ่าน(ขนาดนั้นเลย) ก็หลังจากการเริ่มเข้าสู่สกรานต์ที่กำลังเข้ามาถึง ผมก็ได้มีโอกาสไปทัศนศึกษาของInternship DHL โดยไปเยี่ยมชมการปฏิบัติงานของ Center ที่เพชรบุรีตัดใหม่ ด้วยการแนะนำที่แทรกซึมด้วยมุขตลของน้าวัน และความบ้าบอของไอ้เจ ทำให้ความร้อนและความง่วงให้หายเป็นปลิดทิ้งได้ จนช่วงบ่ายเราได้มาที่ HUB&GATEWAY ที่สุวรรณภูมิ ในเขต Freezone สร้างความอลังการให้กับสายตาและโสตสัมผัสได้เป็นอย่างดีชักอย่างทำงานในสถานที่แบบนี้แล้วสิ เหอๆ จนกระทั่งวันศุกร์ที่แสนจะอยากหยุด แต่ก็มาทำงานเพราะไม่อยากหยุด แปลกมั้ย เหอๆ ก็ดีได้เจองานสงกรานต์ของในออฟฟิส สนุกสนานดี เห็นพี่เล่นฉีดน้ำกันในออฟฟิส พวก Intern ก็เล่นเช่นกัน และได้มีโอกาสสรงน้ำพระ และรดน้ำ Manager ด้วย รู้สึกดีไปอีกแบบ นะ อืมอีกทั้งได้กินมื้อเที่ยงฟรี สุดยอดดดดด จนเข้าวันเสาร์ อาทิตย์ และจันทร์ นอนอยู่หอทุกวัน นั่งเล่นเกมและเล่นเน็ต ไปเรื่อนเปื่อยเพราะไม่มีเพื่อนลากไปตอนกลางคืนสักคน เศร้าหว่ะ กินมื้อเที่ยงที่เซเว่น มื้อเย็นกินบะหมี่ ก็เป็นแบบนี้ทั้งสามวัน

    จนในคืนวันอาทิตย์ได้ออนเอ็มเพื่อหาดูว่าจะมีเพื่อนไปเที่ยวบ้างมั้ยก็ได้คุยกะไอ้ป้ำและได้เกิดคิดวางแผนร่วมกันในการจะออกไปเที่ยว ว่าอยากไปไหน ก็เลยเสนอเลยว่าอยากไปทะเล เพราะไม่ได้ไปมาจะปีนึงแล้ว ก็เลยคุยกันว่าจะไปไหนดี และก็ได้ชวนสมาชิกที่จะไปด้วยได้จำนวนจำกัดจากปริมาณขนาดรถ ดั้งสิ้นไม่เกิน 6 คนก็เลยชวนกลุ่มเพื่อนสนิทที่ทำงานร่วมกันมานานเกือบจะครบสี่ปีแล้ว อืมได้แก่ ไอ้ป้ำ ไอ้ต้อม ไอ้ทอม ไอ้เฟม และผมเอง โดยไอ้ป้ำได้ตัดสินใจว่าไปหัวหิน ก็เป็นอันตกลงเมื่อได้โทรไปคุยกับมันในอีกคืนนึงและได้คำตอบนัดแนะเรื่องเวลารับและสถานที่ จากนั้นได้คุยตกลงเรื่องเส้นทางและกำหนดการ โดยเมื่อถึงเวลาจริง ไอ้ทอมมันก็ได้กลับมาที่หอและดูหนังทั้งคืน จนมันทำเครื่องค้างเลยมานอน (เหอๆ) เวลา 3.45 มือถือดังเพื่อปลุกจากการนอน จะลุกขึ้นมาและไปอาบน้ำ จากนั้นก็ลองเช๊คไอ้ป้ำดูว่ามันตื่นหรือยังสรุปว่าโทรไปปลุกมัน เนื่อจากมันตกลงไว้กับไอ้เฟมให้โทรปลุกแต่ไอ้เฟมยังคงหลับ เลยโทรไปปลุกเฟมต่อ ไอ้เฟมก็เลยรนและรีบออกมาในทันที และก็ปลุกไอ้ทอม และรอเวลา 4.30 เพื่อลงไปรอ และไอ้ป้ำก็มาและเข้าเซเว่นไปซื้อของกินกันเพื่อรอไอ้เฟม จนไอ้เฟมมา เราจึงได้ออกรถกันในเวลาประมาณ 5.00 เพื่อไปรับไอ้ต้อมที่บางแค ไปถึงบางแคประมาณ 5.40 โทรหาไอ้ต้อมไม่ติดเลย ซวยแล้วพวกกูสงสัยมันจะจอขาวอีกแล้ว เลยขับวนและหาปั้มแก๊สไปด้วยจนไอ้ต้อมติดต่อกลับมา ประมาณ 6.15 จึงรู้ว่าพวกเราไปรับผิดที่มันถนนคนละเส้น ไปรับไอ้ต้อมและได้ออกรถในเวลาประมาณ 6.30 และไปแวะเติมแก๊ส และออกเดินทางสู่จังหวัดสมุทรสาคร สมุทรสงคราม ระหว่างทางก็คุยกันในรถสักพักไอ้ทอมก็หลับ และมันก็หลับเรื่อยๆตลอดทาง รวมถึงไอ้ต้อมด้วยที่งีบเป็นระยะ ปล่อยให้เฟมเป็น Navigator และกรูเป็น Co-Pirot นั่งหาเรื่องคุยไปตลอดทาง เพราะเพลงดันเตรีมมาเป็น MP3 แทนที่จะเป็น Audio เหอๆฮาเลย จนกระทั่งเรามาถึงหัวหินในขณะที่แก๊สหมดและต้องใช้น้ำมันไปนิดนึง เพราะเราไปสนุกขับนอกเส้นทางไปขับเรียบหาดเลยพลาดปั้มแก๊สไป  แต่ก็ด้วยโชคช่วยเราก็มาถึงปั้มได้ทันท่วงที และเข้าหัวหิน เมื่อเข้าไปก็พบว่ามันไม่มีที่จอดเลยและก็เหมือนหลุดเข้าไปในเมืองต่างชาติ ก็เลยตัดสินใจไปสวนสนกัน ก็ไปแวะพัก เช่าเสื่อมานั่งนอน ร้องเพลง และทานอาหารกลางวัน และรู้ว่าแดดไม่ร้อนแต่พื้นทรายถึงกับฮ่อ ร้อนตีนโคด หลัจากทานอาหารเสร็จ (อาหารเป็นข้าวเหนียวไก่ทอด และส้มตำ) ก็เลยมาคุยกันเรื่องการไปเที่ยวต่อ ก็คุยไปคุยมาก็มาจบลงที่การไปถ้ำพระยานคร ในอุทธยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด ก็ลงรถมาไอ้ต้อมไปถามทางเรียบร้อย ก็มีสองทางให้เลือกคือ ขึ้นเรือ กับข้ามเขา เราตัดสินใจข้ามเขา เพราะกลัวว่าเรือจะแพง อืม ก็เดินๆพร้อมกับบ่นกับตัวเองว่ากูจะตายมั้ย เมื่อใส่รองเท้าแตะขึ้นเขา เพราะหินมันลื่น เหอๆ ระหว่างทางก็ผ่านคนที่เดินสวนมาเค้าก็บอกว่าใกล้ถึงทางลงแล้ว ส่วนขึ้นไปทำยังต้องขึ้นเขาอีกลูก โอ้ว จนกระทั้งข้ามมาเรียบร้อยแล้วก็พบป้าย สุขภาพท่านยังดีอยู่ เลยแบบ เหมือนกูโดนหลอกเลยค๊าบ ก็เลยแวะพักเพราะว่ามันเห็นสาวน่ารักเลยแวะพักกินน้ำ ตามระเบียบ กินเสร็จก็เดินขึ้นเขาทันที เขาชันและระยะทาง 450 เมตร ถือว่าหินและเอาเหนื่อยเลย เดินรวดเดียวจบไม่ได้ จึงมีพักบ้าง จนกระทั้งมาถึงจุดบนสุดและได้เข้าถ้ำก็เล่นเอาหายเหนื่อย เพราะมันเย็น และถึงแม้มันจะมีความรู้สึกเฉยๆ แต่ด้วยโครงสร้างถ้ำก็ทำให้ประหลาดใจได้เหมือนกัน ก็แวะพักและถ่ายรูปเรื่อยเปื่อย จนถึงเวลาเดินลง ใช้เวลาน้อยมากประมาณ 15 นาทีลงเรียบร้อย ตอนขึ้นล่อไปสัก 40 นาทีได้ เมื่อลงมาก็แวะพักกินน้ำ และก็ตัดสินใจขึ้นเรือและโชคเข้าข้างเพราะมีพี่สองเขาจะไปด้วย และเค้าก็หารครึ่งนึง เลยเหลือตกแค่คนละ 20 บาทเอง นั่งเรือไม่ถึง 10 นาทีถึงมั้ง อ้อมแค่ผาเท่านั้นเอง เหอๆ ทุกคนรีบทะยานขึ้นรถ เพื่อไปลงเล่นน้ำที่หัวหินตามแผ่น โดยไปเติมแก๊สก่อน และไปหัวหิน สรุปว่า ที่จอดหายาก และไม่รู้แหล่งเล่น จึงโทรถาม ไม่ว่าจะเป็นต้อมโทรหาเจี๊ยบ หรือเฟมโทรหาเพื่อนหัวหิน ก็นับว่าเป็นไกด์ที่ดีอย่างหนึ่ง และเป็นโชคของไอ้ต้อม ที่ได้พาเราไปถึงเขาตะเกียบและเล่นน้ำที่นั่น จนถึงหัวค่ำ และไปกินอาหารเย็นที่ตลาดโต้รุ่ง ในเวลาประมาณ 2 ทุ่ม ร้านเค้าก็วัตถุดิบหมดแล้ว คิดเเอาเอง ขายดีโคตร จึงไปหากินในตลาด ก็เพลินหูเพลินตาทั้งอาหารและสาวๆที่น่ารัก เยอะมาก จึงไปซื้อผัดไทยและบาร์บีคิวมากิน ราคาถูกดี และมานั่งกินที่ร้านนม(ร้านฮ่อสาขาหัวหิน) และทำให้ได้รู้ว่า ที่นี่ไมโลดิบมันไม่ปั่น เหอๆ หวานโคตร เล่นเอาเกือบตาย จนกระทั่งเดินทางกลับ ในเวลาประมาณ 3 ทุ่ม และเผชิญกับรถติดที่เพชรบุรี และต้องหาเรื่องคุยไปตลอดทาง เพื่อไม่ให้ไอ้ป้ำหลับ ในขณะที่ไอ้ต้อมและไอ้ทอมก็หลับตลอดเหมือนเดิม มาถึงที่หอตีสองนิดๆ กลับมาก็หลับตาย และไปทำงานในวันนี้ไม่ไหว เหอๆ

    ปล. ขอบคุณไอ้ป้ำมากเล่นสามารถใช้ชีวิตวันหยุดได้คุ้มค่า กูสงสารมึงหว่ะ ทั้งต้องขับรถ และเจอแม่ อีก

    เมื่ออยาก

    ขออารัมภัมบทก่อนเข้าเนื้อหาสักนิดดีกว่า ด้วยการที่ไม่ได้เข้ามาอัพสเปซมาชาตินึงแล้ว หลายคนอาจหาว่า out รึเปล่าเดี๋ยวนี้เค้าต้อง HI5 แล้ว ในคามคิดส่วนตัวเนี่ย คิดว่า ถ้าHI5จะแรงกว่า Spaces ก็แรงไป แต่ว่าในส่วนตัวยังคงชอบ Spaces มากว่าเป็นไหนๆ เนื่องด้วยมันอาจไม่อลังการงานสร้างเท่า แต่มันก็ Modern ในตัวของมันเอง และก็มันทำอะไรได้พอๆกัน แถมอาจยังดีกว่าอักด้วย เออ แต่คนมักจะไม่รู้กัน ถ้าจะเอากันให้จริงจัง ก็ให้ทุกคนหันไปทำเว็บกันเองเลยดีกว่า ฉีกกรอบของการกำหนด Pattern ที่จำเจ ไปสู่แนวความคิดของตัวให้ น่าตื่นตามากขึ้นกว่าเดิม (จะว่าไปเราเองเด็กเกษตรก็น่าจะทำกันเป็นนะ ก็ลองไปศึกษาเพิ่มเติมประยุกต์กับโปรแกรมอื่นๆ ก็คงหรูเริ่ดกว่าของใครๆ)

    จะว่าไปไอ้ที่ขาดๆหายไปจากสเปซก็ต้องยอมรับเลยว่าเป็นเพราะความขี้เกียจของตัวเองเป็นหลัก และประกอบกับการที่เน็ตจังไร ที่หอ(ที่ขโมยค้าใช้) มันก็ใช้ไม่ได้ซะงั้น ก็เลยปล่อยวางทั้ง MSN และสเปซ อืม และก็เรียนๆ สอบๆ จนผ่านมาด้วยความพึงพอใจในระดับหนึ่ง  และก็เริ่มรับรู้ว่าตัวเองเริ่มเข้าใจวิชาเอกตัวเองมากยิ่งขึ้น จริงๆนะ

    จนกระทั่งปัจจุบัน และเร็วๆมานี้ ก็ได้รับบุญวาสนาส่งให้ได้มีโอกาสมาฝึกงาน หลังจากที่พยายามกระเสือกกระสนในการหาที่ฝึก ไม่ว่าจะเป็น ปตท. การบินไทย SCG และจนแล้วจนรอดก็ไม่มีอันไหนติดต่อกลับมาเลย จนกระทั่งพี่ต้อง พี่ที่รู้จักตั้งแต่ติดเกษตร ก็เข้ามาทักหลังจากที่สอบวิชาทฤษฎีการเมืองระหว่างประเทศเสร็จ ว่าสนใจฝึกงานมั้ย? ของDHL ก็รีบต้องรับกลับไปในที จนไปสมัครและสัมภาษณ์ในวันเดียวกัน ก็นับว่าเป็นโอกาสหนึ่งที่ได้หยิบฉวยเข้ามาในชีวิตไว้ทัน (ที่จริงก็เคยได้คุยกับพี่ต้องเรื่องฝึกงานก่อนสมัครของSCG พี่เค้าก็แนะนำ DHL เหมือนกัน) แล้วมันก็มีเรื่องกวนประสาทเข้ามาเมื่อ SCG โทรมาตามให้ไปสัมภาษณ์ และฝึกงาน เลยหงุดหงิดนิดนึง และตัดสินใจแล้วว่ากรูเลือก DHL แล้วแหละ จนหลังสอบเสร็จก็ไปค่ายปลูกต้นคิด(ส์) ครั้งที่ 7 ด้วยความเป็นห่วงและไม่อยากให้น้องถูกทิ้งให้ทำงานเอง ก็เลยนั่งรถไปก่อนเลยโดยไม่สนใจอะไร เรียกว่าไม่ได้พักหลังสอบกันเลย ก็ไปก่อนเพียง 5 คน ก่อนตามไปสมทบในหนึ่งสัปดาห์ต่อมา ก็สนุกมาก ได้รู้จักน้องๆและชาวบ้าน รวมถึงได้ใช้แรงงานหนักๆ และเป็นที่ปรึกษา และเพื่อนหรือพี่คุยให้กับหลายๆคน (ครั้งนี้คงไม่เล่ารายละเอียดเหมือนปีก่อนๆแล้วนะ)

    จนกระทั่งถึงวันฝึกงาน (ไม่ได้พักเล้ย) ก่อนวันฝึกก็กลับมาถึงหอตอนเย็น และก็ตัดสินใจไปตัดผมที่ตั้งใจไว้ให้ยาวที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ในชีวิต บอกช่างว่าจะไปฝึกงาน และก็บอกบลาๆ ไป แล้วเค้าก็คิดว่าน่าจะเอาสั้นเลย ฉับแรกเท่านั้น ตรงจร ทำให้ไม่สามารถแก้ไขได้อีก น้ำตาแทบไหลเลยค๊าบ สั้นมากมาย เล่นเอาไม่ค่อยมั่นใจในตัวเองเลย จนวันที่มาฝึกจริงก็โชคดีที่ได้เจอไอ้ต้น เพื่อนที่รู้จักกันในรัดสาดนี่เอง เหอๆ มันเคยเป็นบัดดี้กระผมตอนไปค่ายอบรมจริยธรรมของคณะ เออ (บอย ใช้ Code Name ว่า Taro แหละ มันก็แปลว่า BOY นั่นเอง) และก็ได้รู้จักเพื่อนๆอีกหลายคนและก็ได้รู้จักพี่เทรนเนอร์ พี่กระแต หรือ พี่แต นั่นเอง รวมถึงพี่ๆที่แผนก และได้เริ่มจับงานในเย็นวันแรกนั่นเอง และก็ได้เรียนรู้งานเพิ่มมากขึ้นทุกวันๆ บางอย่างทำเป็น บางอย่างทำไม่เป็น ก็เรียกว่า Train กันใหม่ในหลายอย่าง ก็จนวันนี้ก็ยังพยายามเริ่มรู้อีกหลายๆอย่าง อ้อ พี่ที่แผนก Operations ก็อัธยาศัยดี และก็ให้ความช่วยเหลือดีทุกคน ก็ขอบคุณพี่ๆมากค๊าบ และก็ขอบใจเพื่อนๆที่ฝึกงานทุกคนที่หยิบยื่นน้ำใจ และเสียงหัวเราะ อืม ขอบใจจริงๆ ลุกวันนี้เราก็เกาะกลุ่มกันไปกินข้าวเที่ยงและกลับบ้านทางเดียวกัน พร้อมกันหลายๆคน ได้ไปอีกบรรยากาศนึง เหมือนปีหนึ่งเลย ก็รู้สึกดี ที่ได้มาฝึกงาน

    เขียนยืดยาว ไม่รู้จะมีผู้ใดเข้ามาอ่านหรือไม่ แต่ก็ขอให้รับรู้ว่า ข้าพเจ้ายังมีชีวิตอยู่ และยังคิดถึงเพื่อนๆทุกคน และยังอยากเจอเพื่อนเก่าอีกหลายๆคน และก็พร้อมแล้วที่จะเก็บเกี่ยวประสบการณ์ใหม่ๆเข้ามาในชีวิต

    October 16

    กินเจดี จิดใจสงบ

    ประเพณีการกินเจกำหนดเอาวันตามจันทรคติ คือเริ่มต้นตั้งแต่วันขึ้น 1 ค่ำ ถึง ขึ้น 9 ค่ำ เดือน 9 ตามปฏิทินจีนทุกๆ ปี รวม 9 วัน 9 คืน มีจุดเริ่มต้นจากประเทศจีนมานานแล้ว โดยมีตำนานเล่าขานกันหลายตำนาน "แต่หลักเลยที่เราถือก็จะเป็นตำนานนี้ซะมากกว่า เอ๊ะ!หรือเฉพาะบ้านผมหว่า เหอๆ"

    ผู้ผู้ถือศีลกินเจในพระพุทธศาสนาฝ่ายมหายานที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาของชาวจีนในประเทศไทย เพื่อสักการบูชาพระพุทธเจ้าในอดีลกาล 7 พระองค์ ดังมีในพระสูตร ปั๊กเต๊าโก๋ว ฮุดเชียวไจเอียงชั่วเมียวเกง กล่าวไว้คือ พระวิชัยโลกมนจรพุทธะ พระศรีรัตนโลกประภาโมษอิศวรพุทธะ พระเวปุลลรัตนโลกวรรณสิทธิพุทธะ พระอโศกโลกวิชัยมงคลพุทธะ พระวิสุทธิอาศรมโลกเวปุลลปรัชญาวิภาคพุทธะ พระธรรมมติธรรมสาครจรโลกมโนพุทธะ พระเวปุลลจันทรโภคไภสัชชไวฑูรย์พุทธะ และพระมหาโพธิสัตว์อีก 2 พระองค์ คือพระศรีสุขโลกปัทมอรรถอลังการโพธิสัตว์และพระศรีเวปุลกสังสารโลกสุขอิศวรโพธิสัตว์ รวมเป็น 9 พระองค์(หรือ “เก้าอ๊อง”)ทรงตั้งปณิธานจักโปรดสัตว์โลก จึงได้แบ่งกายมาเป็นเทพเจ้า 9 พระองค์ด้วยกันคือ ไต้อวยเอี๊ยงเม้งทัมหลังไทแชกุน ไต้เจียกอิมเจ็งกื้อมึ้งงวนแชกุน ไต้กวนจิงหยิ้งลุกช้งเจงแชกุน ไต้ฮั่งเฮี่ยงเม้งม่งเคียกนิวแชกุน ไต้ปิ๊กตังง้วนเนี้ยบเจงกังแชกุน ไต้โพ้วปั๊กเก๊กบู๊เอียกกี่แชกุน ไต้เพียวเทียนกวนพัวกุงกวนแชกุน ไต้ตั่งเม้งงั่วคูแชกุน ฮุ้ยกวงไตเพียกแชกุน เทพเจ้าทั้ง 9 พระองค์ ทรงอำนาจตบะอันเรืองฤทธิ์บริหารธาติดิน น้ำ ลม ไฟ และทอง ทั่วทุกพิภพน้อยใหญ่สารทิศ

    "คืนก่อนกินเจก็จะมีการรับจ้าวกันเน้อ เป็นขบวนรถเลยหล่ะ เสียดายที่ไม่ได้ถ่ายรูปมาให้"

    ความหมายของคำว่าเจ
    คำว่า เจ ในภาษาจีนทางพุทธศาสนาฝ่ายมหายานมีความหมายเดียวกับคำว่า อุโบสถ ดังนั้นการกินเจก็คือการรับประทานอาหารก่อนเที่ยงวัน เหมือนกับที่ชาวพุทธในประเทศไทยที่ถืออุโบสถศีล หรือรักษาศีล 8 โดยไม่รับประทานอาหารหลังจากเที่ยงวันไปแล้ว แต่เนื่องจากการถืออุโบสถศีลของชาวพุทธฝ่ายมหายานที่ไม่กินเนื้อสัตว์ จึงนิยมนำการไม่กินเนื้อสัตว์ไปรวมกันเข้ากับคำว่ากินเจ กลายเป็นการถือศีลกินเจ ในปัจจุบันผู้ที่รับประทานอาหารทั้ง 3 มื้อแต่ไม่กินเนื้อสัตว์ก็ยังคงเรียกว่ากินเจ ฉะนั้นความหมายก็คือคนกินเจมิใช่เพียงแต่ไม่กินเนื้อสัตว์ แต่ยังต้องดำรงตนอยู่ในศีลธรรมอันดีงาม มีความบริสุทธิ์ สะอาด ทั้งกาย วาจา ใจ

    แจมิได้แปลว่า อุโบสถ
    ในภาษาจีนมี(กลุ่ม)คำหรือวลีที่ใช้อักษรแจ(เจ, 齋 / 斋 )เป็นตัวประกอบร่วมด้วยหลายคำ แต่คำว่าโป๊ยกวนแจไก่ (八關齋戒 ) ซึ่งเป็นศัพท์ของทางพุทธศาสนา ดูจะเป็นคำที่นิยมหยิบยกมาใช้อธิบายความหมายของอักษรแจเสมอมา โป๊ยกวนแจไก่ (八關齋戒 ) แปลว่า ศีลบริสุทธิ์แปดประการ ซึ่งก็คือ “ศีลแปด”ที่เรารูจักกันดี

    คนไทยในรุ่นปู่ย่าตายายที่เคร่งในศีลวัตรจะไปอาราธนาศีลแปดจากพระสงฆ์ในวันธรรมสวนะภายในพระอุโบสถ ศีลแปดจึงมีอีกชื่อหนึ่งว่า “ อุโบสถศีล ” ผู้เขียนเกี่ยวกับเรื่องกินเจที่ไม่เข้าใจภาษาและที่มาของคำจึงแปลอักษรแจผิดว่า “อุโบสถ” ซึ่งคำแปลนี้ก็ฮิตติดตลาดและถูกคัดลอกไปใช้บ่อยอย่างน่ารำคาญใจ เพราะหากจะเอาตามความในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตสถานแล้ว

    อุโบสถ เป็นคำนาม หมายถึง สถานที่ที่พระสงฆ์ประชุมกันทำสังฆกรรมต่างๆ เรียกย่อว่า โบสถ์ การแปลและเข้าใจคลาดเคลื่อนดังกล่าวยังถูกใช้เป็นบรรทัดฐานในการอธิบายวัตรปฏิบัติของการกินเจผิดตามไปด้วยว่า “การกินเจต้องถือศีลข้อวิกาลโภชน์” หรือการงดกินของขบเคี้ยวหลังเที่ยงวันไปแล้ว ซึ่งเป็นศีลข้อหนึ่งในศีลแปด ทั้งๆที่โรงครัวของศาลเจ้าหรือโรงเจที่เปิดเลี้ยงผู้คนในช่วงเทศกาลกินเจล้วนแต่มีอาหารมื้อเย็นให้กับผู้เข้าไปกิน ยิ่งวันที่มีการประกอบพิธีกรรมในตอนค่ำยังมีอาหารมื้อค่ำบริการเสริมให้เป็นพิเศษด้วย ที่เป็นเช่นนั้นเพราะในช่วงเทศกาลกินเจนั้นเขาถือเพียงศีลห้าที่เป็นนิจศีล ไม่ได้ครองศีลแปดอย่างที่หลายคนเข้าใจ (เว้นแต่ผู้ตั้งจิตอธิษฐานว่าจะครองศีลแปดเป็นการส่วนตัวเท่านั้น)

    ในทางอักษรศาสตร์จีน อักษรตัว “แจ” มีพัฒนาการมาจาก ตัวอักษร ฉี “ 齊 ” ซึ่งแปลว่าบริบูรณ์ , เรียบร้อย อักษรแจเกิดจากการเพิ่มเส้นตั้งและสองจุด ( 小 ) เข้าไปกลางอักษรฉี ทำให้เกิดตัว ซื ( 示 ) ซึ่งแปลว่าการสักการะ อยู่ในแก่นกลางของตัวฉี

    แจ( 齋 ) จึงมีความหมายว่า การรักษาความบริสุทธิ์(ทั้งกายและใจ)เพื่อการสักการะ หรือ การปฏิบัติบูชาถวายเทพยดา ซึ่งการอธิบายในแนวทางนี้จะสอดคล้องกับ คำว่า “ 齋醮 ” ในลัทธิเต๋า ซึ่งย่อมาจากคำว่า 供齋醮神 ที่แปลว่าการบำเพ็ญกายใจให้บริสุทธิ์เพื่อเป็นสักการะบูชาเทพยดา

    ความหมายของแจในศาสนาอิสลาม ศัพท์คำว่า ศีลแจ / 齋戒 ในภาษาจีน นอกจากใช้ในลัทธิเต๋าและศาสนาพุทธแล้ว ยังหมายถึง “ศีลอด” ที่ถือปฏิบัติในเดือนถือศีลอดของชาวจีนอิสลาม สาระของศีลก็คือการห้ามรับประทานอาหารใดๆในระหว่างเวลาที่พระอาทิตย์ขึ้นจวบจนลับขอบฟ้า ตลอดเดือนถือศีลอด

    "ดูไปดูมาก็เหมือนการถือศีลอดของทุกศาสนา จริงๆนะ อย่างศาสนาคริสต์ ยิว หรือ อิสลาม หลักเดิมของศาสนาเอง ก็มีการถือศีลอดอยู่แล้ว แต่หลังๆก็มีการหย่อนยายในการนับถือศาสนา โดยอย่างยิ่งความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาการ และปัจจัยจากตัวผู้นำ ทำให้หลักการนับถือศาสนาเปลี่ยนไป"

    October 11

    กลับมาแล้ว

    ว่าไปนะครับพี่น้อง ได้เพลาผมต้องมาอัพเสปซเสียที
    อาจเห็นได้ว่า อัพแบบเทอมเว้นเทอมเลยมั้ง 555+

    ก็ไม่รู้จะว่าไงนะ ช่วงเรียนมันก็ขี้เกียจอัพเสปซ ทั้งที่ตัวเองก็อยู่หน้าคอม
    แต่ว่าพักหลังๆนี่เน็ตมีปัญหา หา หา ก็เลยเซงเป็ด ไม่ได้โลหดบิท โหลดไรเร้ย

    เทอมต้น นี่เรียกว่าเป็นอะไร ที่เป็นชีวิตมหาลัยแบบเรียนของแท้จริงๆมั้ง
    ก็เด็กมหาลัยต้อคู่กับรายงาน ไอ้นี่แหละที่เจอ ทั้ง Presentation Report Reserch
    โอ๊ย สาระพัด จะเข้ามาประดังในแต่ละสัปดาห์ โดยเฉพาะ "อียู" ไม่อยาก said ถึง นรกดีๆนี่เองคับ

    ก็เรียนแถๆไถๆจนมาถึงสอบทั้งกลางภาคและปลายภาค ก็คะแนนออกมาแถไถไปมิดเทอมก็กลางๆ
    แต่ไฉนไฟนอลออกมาดีเกิดคาดหว่ะ จิงๆ ออกมาแล้วสี่ตัว เกรดดีมากเรยหล่ะ Unblievable

    จนปัจจุบัน ณ วันนี้ ก็ปิดเทอมมาจะ สาม สัปดาห์แล้วเพราะทะลึ่งเบ่เบ๊ สอบเสร็จเร็วกว่าชาวบ้านเป็นสัปดาห์
    อยู่หอสัปดาห์นึง รอโอ๋สอบเสร็จ และก็ชิวๆไปช่วยพี่หมอทาสีห้อง ช่วยงานแฟนนิสนึง อืมๆพอฆ่าเวลา หนึ่ง สัปดาห์ได้

    จนได้กลับมาบ้านเนี่ย ก็ช่วงกินเจพอดี เป็นอะไรที่ชอบมากช่วงนึง เพราะเหมือนมีของกินให้เลือกกินเต็มไปหมด อร่อยทั้งนั้น
    ก็เลย กิน ขี้ นอน ไม่มี... นะ เหอๆ ก็นั่งเล่นคอมเป็นงานอดิเรก กะช่วยแม่ดูตลาดหุ้น เง้อ ก็เป็นอะไรที่พอช่วยได้บ้างอะเนอะ

    ว่าแล้ว กับ เทศกาลกินเจ หรือ เก๋าอ่วงเจ เนี่ย เป็นอะไรที่มีเนื้อหาสาระน่าอ่านพอดูไว้จะไปหามาให้อ่านเน้อ เร็วนี้แหละ

    ปล.อยากไปทาสีกำแพงวัดมาก แต่ก็ขออยู่บ้านเหอะหว่ะ = =

    May 29

    ผู้เข้ามาใหม่

                       ยินดีต้อนรับ น้องๆ KU67 ที่พี่ได้คุยและเจอหน้าแล้ว รวมไปถึงน้องที่ได้แต่คุยไม่เห็นหน้า และๆ น้องที่ทั้งไม่เคยคุยและจำหน้าไม่ได้ ก็ขอแสดงความยินดีที่ได้เข้ามาสู่รั้วนนทรี บ้านที่ให้ความรู้สึกดีๆ 

          ว่าไปว่ามาตั้งแต่ได้กลับมากรุงเทพฯหลังจากแอบไปพักร้อนที่จันทบุรี(บ้านเกิด)นานนับเดือนก็ได้เวลากระฉับกระเฉงมาช่วยเพื่อนๆน้องๆทำงานเสียที อย่างที่รู้ๆกัน ว่าได้ไปค่ายมา สนุกมาก จนกระทั่งวันนี้ก็ยังจำอะไรหลายๆอย่างได้ดี ก็จดประสงค์ของการกลับมากรุงเทพก็คือ เบื่อบ้าน = = หลายๆคนอาจสงสัยว่าบ้านไม่ดีตรงไหน อยากจะบอกว่า อยู่แล้วตามใจตัวเองไม่ได้ 555+ ก็เลยมาบริหารชีวิตตัวเอง ด้วยการมาประชุมและทำงานดีกว่า อีกอย่างก็มีเพื่อนๆมาค้างที่ห้องด้วยสนุกดี ตั้งแต่งานสัมภาษณ์ แรกพบคณะ เปิดถ้ำสิงห์ จนถึงงานวันบัณฑิตยุคใหม่ ก็ไม่ได้ว่างเว้นจากการมามหาลัยซักนิด มาได้ทุกวี่ทุกวัน สงสัยชักหลงรักมหาลัยแล้วหล่ะซิ เหอๆ ก็อยากบอกว่า ประทับใจ และดีใจ ที่ทุกงานผ่านไปได้ด้วยดี

                       จนในช่วงงานวันบัณฑิตเนี่ย ก็ได้กลายเป็นพ่อค้าเต็มตัว และยังมีโอ๋ที่เป็นแม่ค้าด้วย ทำงานสุดจัยจริงๆ ก็มีเพื่อนๆที่มาช่วยขายอีกนะ (อย่าน้อยใจว่าไม่ได้กล่าวถึง) สมุดเล่มละ20 3เล่ม 50 6เล่มร้อย พูดวันละหลายๆครั้ง ไม่รู้นอนละเมอพูดไปบ้างรึเปล่า แต่มันก็เป็นความสุขอย่างนึงที่หาไม่ได้ในช่วงเวลาอื่นๆ 

            และเมื่อหลายวันก่อนบังเอิญมีสิ่งดลใจให้ไปเปิดหนังสือที่ได้จากงานวันบัณฑิตยุคใหม่KU65 มาเปิดดู ก็เจอคำดีๆ เรยอยากมาฝากในฐานะของคนที่กลายเป็นพี่ที่ยังอยากให้ความหวังของพวกเรามีไปสู่รุ่นต่อๆไป
    ต่างคน   ต่างที่มา
    ต่างคน   ตามหาสิ่งใหม่
    ต่างคน   ต่างความเข้าใจ
    ต่างไป   ตามความต้องการ
          
          มาวันนั้น   ...ถึงวันนั้น
          ที่ที่เราได้มาพบกัน
          เธอกับฉัน   ...พี่กับน้อง
          ปรองดองสมัครสมาน
    จับมือประสานกันไว้
    ผูกใจยึดมั่นไปนาน
    ร่วมสรรค์สร้าง
    ความผูกพันตลอดไป
    March 24

    ปลูกต้นคิด(ส์)ครั้งที่ 6

    ก็อยากมาเล่าให้คนอื่นฟังในประสบการณ์ของตัวเองบ้าง มันก็เป็นกิจกรรมค่ายดีๆอีกครั้งที่ได้ไป อยากจะเท้าความว่าทำไมถึงมีความคิดที่อยากจะไปปลูกต้นคิด(ส์) ก็คงเป็นเพราะพี่ปีสี่ หรือ พี่ปีสามในตอนนั้น ที่มาแนะนำเรื่องกิจกรรมของภาคให้พวกเราฟัง หนึ่งในนั้นก็คือ ค่ายปลูกต้นคิด(ส์) ที่มีรูปพร้อมคำบรรยายขำๆ ก็เป็นจุดประการดีๆอย่างหนึ่งที่ทำให้รู้สึกว่า นี่มันเป็นสิ่งที่เราอยากไปและอยากทำนะ ไม่สนใจหรอกว่าใครจะไปแต่ตัวเองอยากไป จนกระทั่งได้ไปเยี่ยมค่ายที่องสิต ค่ายครั้งที่ 4 แหละน่อ รู้สึกประทับใจในบรรยากาศดี ได้รับความสนิทสนมกับพวกพี่ๆมากขึ้นกว่าแต่ก่อนเยอะเลย และปีหนึ่งก็ไปอยู่ไม่กี่คน ก็สนุกสนานดี ได้เที่ยว ได้กิน อยู่อย่างสบาย จนกระทั่งปลูกต้นคิด(ส์) ครั้งที่ 5 ก็ได้ไปออกค่ายสมใจหวัง แม้ไม่ได้ช่วยงานก่อนออกค่ายก็ตาม แต่ก็ช่วยงานตอนไปค่ายแหละน่า (สามารถอ่านรายละเอียดได้ในblogปีที่แล้ว)

    จนมาค่ายครั้งที่ 6 วันที่ได้เลือกตั้งประธานค่าย ก็ไม่ได้ยกมือเลือกไอ้ป้ำ แต่ไปยกมือให้ไอ้บุ้งหว่ะ เพราะเหนใจheadงานหน้าเดิม ก็หลังจากมันได้เปนก็ เป็นช่วงปิดเทอม พวกมานก็ไปSurvey 2 ครั้ง โดยผมก็รู้ก่อนทุกครั้งว่ามานจาไป แต่ผมก็ม่ายปาย อีกอย่างเรื่องที่อยากปายwork ของccusaด้วย สัมภาษณ์ผ่านแล้วแต่ที่บ้านม่าห้ายปาย มารู้จอนหลังว่าไอ้ป้ำตัดชื่อจากคณะทำงานไปแล้ว (แอบดีใจหว่ะ) ก็เลยมาฟังประชุมเรื่องการ survey และเดินกล่องครั้งสุดท่ายที่อนุสาวรีย์ชัย และ เดินกล่องที่เกษตรแฟร์หลายวัน (พอกุกลับบ้านแม่งดันได้รับตังบริจาคเยอะกว่าตอนกุอยู่อีก) จนได้รับมอบหายเรื่องผ้าป่าในการจัดเก็บรวบรวมเงิน เรียบร้อยดี จนก่อนวันไปค่ายก็ไปช่วยงานทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ ตั่งแต่คัดเลือกหนังสือ ซื้อของที่โลตัส และไปสำเพ็ง ในวันเดียวกัน อะไรจะขนาดนั้น รวมถึงเรื่องที่น่าเสียใจที่ไม่น่าจะลืมได้เลย คือ ถอนเงินจากตู้atmแล้วลืมบัตร เดินกลับมาอีกที เครื่องแม่งดูดบัตรไปแล้ว T T เหมือนเครื่องแม่งเล่นมายากลได้ ซะงั้น

    มาวันที่ 12 ก็ขนของมาแต่ 9 โมง พะรุงพะรังตั้งแต่ออกจากหอ หนักโคด เพราะห่วงความปลอดภัยหลายๆอย่าง จึงต้องขนให้เหนื่อย ขึ้นวินแม่ง ไม่ไหวแระเด๋วตายก่อนไปค่าย ปีที่แล้วเดินไปปั้มปตท. เหนื่อยเจียนตาย ก็ไอ้ที่มาเช้าก็เพราะนัดกับตาตู่จามาลงวินโดวให้ นั่นแหละ กว่าจะได้ลง ก็รอพี่หมอมา ก็กว่าจะลงได้เสร็จทั้งสองเครื่องก็ปาไป บ่ายกว่า ช่วงบ่ายสามก็เริ่มทยอยขนของมาไว้ที่หน้าคณะ และก็ไปไหว้สามบูรพาจารย์ จนได้เวลา 5 โมงเกือบ 6 โมง รถก็มาถึง ก็ได้เวลาขนของขึ้นรถ ใช้เวลาในการขนขึ้นไม่ถึงสิบนาที ทำไปได้ ก็นั่งท้ายรถไปพร้อมกับไอ้เอก และไอ้ต้อม ไอ้เอกลังเลอยู่นานเรื่องทหาร และมันก็ตัดสินใจได้ว่าจะไปวันนี้ก็เลยโดดขึ้นรถมา ก็นั่งรถมาอย่างสบายใจว่า รถไพกว่าจะออก ก็ทุ่มครึ่ง นี่เพิ่ง 6 โมงกว่า ปรากฏว่า ไอ้ตอนที่รถมาถึงสถานนีรถไฟบางซื่อ รถไฟแม่งวิ่งมาถึงพร้อมกับรถพอดี แม่งขนของกันให้จ้าละหวั่นเลย มารู้ตอนหลังว่าจูนสามารถเรียนอะดีนาลีนเสมือนหนีไฟไหม้ได้ เพราะยกข้าวสารได้ ยอดมั่กๆ ของแม่งก็อยู่ไกล รถไฟเลยออกช้าไปประมาณ หลายนาทีอยู่ เมื่อได้ขึ้นรถมาตัวผมเองว่าต้องเจอปัญหาหนักๆอีกมากมาย บนรถไฟก็จัดระเบียบของ แนะนำตัว และก็หาที่นั่งเพื่อเล่นไพ่ และก็ได้นอนบนที่นั่งรถไฟในคืนนั้น นอนไปได้

    มาวันที่ 13 ก็มาถึงหลังสวน จังหวัดชุมพร ก็ประมาณตีสี่ น่อ รออาจารย์มารับ ดีมากๆเลยเอารถมาเต็มเลยเหมือนว่ามากัน 50 แต่จริงแล้วมา 33 เหอๆ ก็ทะยอยขนของขึ้นรถของชาวบ้านและอาจารย์ที่มารับพวกเราไปยังโรงเรียน ก็บอยขึ้นไปคันเดียวกับ ไอ้เฟม ไอ้เอก ไอ้ป้ำ และไอ้พรรณ นั่งอยู่ข้างหน้า อากาศเย็นๆของรุ่งอรุณวันใหม่นั้น ทำให้พวกที่นั่งกระบะท้ายรถเริ่มบ่นพึมพำ ถึงความหนาวที่สัมผัสได้จากไอน้ำและสายหมอก สิ่งที่อยู่คู่กับจังหวัดชุมพร ลมที่ประทะกับกายเริ่มสร้างความเหน็บชาขึ้นด้วยเหตุที่หยาดฝนเริ่มโปรยปรายมากจากฟากฟ้าสีดำมืด ทำให้รถต้องเร่งความเร็วมากขึ้นตามถนนที่ลาดคดเคี้ยวไปตามขอบเขา จนถึงอำเภอในหยาน ที่ๆรถกระบะจอดเผื่อแวะซื้อของทีร้านค้าแห่งหนึ่ง พวกเราก็โดลงจากรถเพื่อไปซื้อของเล็กๆน้อยๆตามที่ใจประสงค์ จนกระทั่งเพื่อนอีกกลุ่มนึงก็มาถึงด้วยรถบรรทุก 10 ล้อพร้อมด้วยสภาพมอมแมของแต่ละคนและคำบ่นโอดครวญเมื่อลงจากรถ ทั้งสรรเสริญคนขับตีนผี ที่ขับรถแบบไม่เบรกไม่ว่าจะเจอโค้งแค่ไหน หลังจากที่ได้แวะซื้อของกันเรียบร้อยก็ออกเดินทางกันต่อไปยังโรงเรียนบ้านในหยาน เป้าหมายของพวกเราด้วยเวลาอีกไม่กี่นาทีก็ถึง คันของพวกเราตามหลังรถสิบล้อเพียงไม่ถึงนาที แต่สิบล้อกลับถึงก่อนเราหลายนาที นี่หมายถึงอะไรกับความเร็วและการเข้าโค้งระดับเทพของชายขับสิบล้อทำถึงกับอึ้งเลยทีเดียว มาถึงก็รอพิธีการของทางโรงเรียนที่จัดเตรียมไว้ ก็ดีๆมากเลย เป็นสิริมงคลดี ก็มีไหว้พระไหว้เจ้า แล้วก็เดินผ่านให้ผู้เฒ่าผู้แก่พรมน้ำมนต์ และก็รับพระมาองค์นึง ดีแหะๆ หลังจากนั้นก็ไปรวมแถวที่สนามวอลเล่ย์เพื่อฟังการชี้แจงของทางโรงเรียน ก็กินข้าวเช้า อาหารมื้อแรกก็เป็นข้าวต้ม กับกาแฟโอวันติน และปาท่องโก๋  เสร็จจากนั้นก็ทะยอยไปขนของลงจากรถเอามาเก็บไว้ตามห้องและตามกำหนดการต่อไปก็คือการนัดแนะเรื่องงานี่จะทำในวันแรก และการกำหนดหน้าที่ของแต่ละคน

    จากนั้นก็แยกย้ายกันไปทำงาน ผมเองก็เตรียมกระดาษจับบัดดี้ในคืนนี้ เสร็จแล้วก็ไปที่ครัว ก็มาถึงมีงานให้ทำเลย คือปูเสื่อน้ำมันบนโต๊ะ ในตอนนั้นหลายๆคนที่เสร็จงานก็เริ่มลงไปเล่นน้ำที่ลำธารกันแล้ว ก็ปูโต๊ะจนเสร็จยกของขึ้นโต๊ะ จัดของนิดหน่อยก็ได้เวลาอาหารกลางวันแล้ว ก็เลยเตรียมของทำอาหารเที่ยงไว้ ซึ่งไอ้พรรณบอกว่าจะผัดมาม่า ก็เตรียมของไว้ในขณะที่ไอ้พรรณไปอาบน้ำ ก็นั่งชิวๆไปเรื่อย จนมันมา(นานมาก) ก็ได้เริ่มทำผัดมาม่า
    ได้ผู้ช่วยหลายคนเลยทีเดียวแต่ตอนปรุงนี่ให้ 4 คนปรุงมีไอ้พ้ง ไอ้ป้ำ ผม และไอ้ทอม สรุปว่าแทบแดกกันไม่ได้เพราะเค็มโคดโดยเฉพาะของไอ้ป้ำเค็มสาดเพราะเรื่องปรุงเยอะโคดๆ แล้วก็มาทำปลากระป๋องทอด ออกมาเป็นปลากระป๋องเละๆ ไม่กล้ากินเลยหว่ะมื้อแรกเล่นเอาน้องๆอึ้งในอาหารที่พี่ๆทำเลยที่ดียว ประมาณกุจากินได้ซักมื้อมั้ยเนี่ย แต่สรุปคือบังคับให้กินๆไปให้หมด ตามหลักการที่ว่า มาม่า 1 คำ น้ำ 2 แก้ว เหอๆ ช่วงบ่ายก็ช่วงต้มเก๊กฮวย และกะว่าจะนอนพักแหละนอนได้ประมาณ6นาทีจริงๆ ก็ปูเสื่อนอนกะไอ้พ้งไอ้ป้ำ และก็นอน ซักพักเสียงดังมาเลยเสียงไอ้เฟม บอกว่าของผู้ชายซัก 2-3 คนไปช่วยขนของ ก็ไปพร้อมกับไอ้ป้ำ ไอ้พ้ง ขึ้นรถของครูไปตลาด ก็ไปช่วยถือกับข้าวมากมาย หนักโคดเรยฮับ ก็กลับมาโรงเรียนก็มานอนต่ออีก ซัก 6 นาที ก็โดนปลุกไปประชุมกับครู ก็แวะไปอาสมุดบัญชีกับตามเพื่อนๆที่นอนอยู่ไปประชุม หลังประชุมเสร็จก็แวะไปครัวและก็อาบน้ำในลำธาร เป็นครั้งแรกที่ได้อาบในลำธาร สบายและเย็นดี ขึ้นมาก็กินข้าวเย็น อาหารเย็นดีกว่าอาหารเที่ยงเยอะ เสร็จก็ไปฟังนายอำเภอเล่าเรื่องของแก ไม่เกี่ยวอะไรกับเราซักเท่าไหร่

    ช่วงกลางคืนก็มีประชุม และจับบัดดี้อ่านะ ผมได้เป็นไอ้เอกคับพี่น้อง รู้สึกว่าสบายมากเพราะแม่งไม่ต้องการอะไรจากบัดดี้เลย คืนแรกหลังจากที่จะนอนห้องผู้หญิงไม่สำเร็จ เนื่องจากที่เต็มอุปส่าห์เอาเป๋าไปจองโดนไอ้แนนยึดที่ซะงั้น เออไปนอนห้องประชุมกับไอ้บ้าที่เหลือก็ได้ ที่นอนก็มี ไอ้พ้ง ไอ้พรรณ ไอ้ป้ำ ไอ้เอก ผม และไอ้เฟม คืนแรกแทบนอนไม่หลับเสียงเครื่องบิน 3 ลำฮะพี่น้อง ดังโคดนานเป็นชั่วโมงเลย สรุปคืนแรกแม่งนอนได้ซัก 2-3 ชั่วโมงได้

    วันที่ 14 มีนาคม 2550 วันเกิดครบ 20 ปีของผมเอง เช้าตื่นมา 7 โมงได้ มือถือปลุก ก็เริ่มตื่นกันไปทำธุระส่วนตัวและก็มากินข้าวช้าว เป็นข้าวต้ม เหมือนเดิม กินเสร็จก็ทาครีมกันแดด และก็แวะไปถ่ายรูปกิจกรรมของสันทนาการ และก็เริ่มช่วยงานก่อสร้างเสียที ถ้าจำไม่ผิดคือ ร่อนแยกทราย และก็เอาดินมาถมที่ให้ได้ระดับกับคาน และก็สามเกลอทุบดิน รดน้ำหน้าดิน ผูกตะแกรงไม้ไผ่ ส่วนช่วงบ่าย ผมกะไอ้ป้ำ ไปหลังสวนกับครูดา กับครูศักดิ์ชัย และลูกของครู ก็ไปกินข้าวเที่ยงข้างนอก ตรงที่เค้าไปรับอิฐบล๊อกแหละ และก็ไปถอนเงิน ซึ่งก็มีเรื่องวุ่นๆขึ้นมาเพราะถอนเงินต่างจังหวัดต่างสาขา นี่ต้องใช้หลักฐานแสดงตัวด้วย ซึ่งไอ้ป้ำไม่ได้เอาอะไรมาเลยนอกจากมือถือ ส่วนบอยอ่ะเหรอ ไม่ได้เอาไรมาเลย ตัวเปล่าเลยฮับ ก็เลยเสียเวลาไปกับธนาคารมาก แต่มันก็สุดวิสัยอ่ะนะ ผมเองยังไม่รู้เลยว่าต้องใช้อะไรบ้างเพราะตอนออกมาก็รีบๆ เพราะช่วยเค้าผูกตะแกรงอยู่ เสร็จจากธนาคารก็แวะไปธกส. และร้านขายกระเบื้อง กลับมาก็ซัก 4 โมงได้แระ กลับมาก็เห็นพักงานกันแระ ส่วนหนึ่งก็ไปเล่นน้ำ เท่าที่รู้คือ ไอ้หยก ไอ้บุ้ง ไอ้ปอย และไอ้พ้ง ไปต่อแพเล่น ไม่นานรถขนอิฐก็ไม่ก็ได้เวลาขนอิฐลงจากรถ หลักพันก้อนเลยก้อนนึงก็หลายโลอยู่ก็ขนลงที่ห้องสมุด และก็ขนลงที่หน้าโรงครัว ก็สามารถผ่านไปได้อย่างไม่ท้อแท้เพราะเสียงหัวเราะหล่ะมั้ง ที่ไม่ทำให้รู้สึกเหนื่อยมาก (ชื่อคน)ขอสอง ขอติด ขอแน่ๆ ขอเน้นๆ ขอสี่ มากมายหลายแบบ เสร็จก็มืดแล้ว ก็กินข้าว และก็อาบน้ำที่ห้องอาบน้ำของผู้หญิง และ ประชุม และก็เริมข่าวลือวันแรก  เรื่องประเภทเกย์มาแรง และคืนนี้พี่ตู่ก็จะมา ถึงประมาณ ตีสี่ ตอนแรกก็ว่าจะไปรับแก แต่ก็ไม่ไหวหว่ะ ขอนอนดีกว่า รู้แต่ว่าไอ้ป้ำกะไอ้เอกออกไปรับพี่ตู่ เหอๆ

    วันที่ 15 มีนาคม 2550 ตื่นมาก็เห็นพี่ตู่แล้ว เหอๆ ก็ทำธุระส่วนตัว เคารพธงชาติ ออกกำลังกาย กินข้าวเช้า และก็ออกไปทำงานต่อ วันนี้ก็เริ่มผสมปูนแล้ว ก็เริ่มเทคาน และก็ก่ออิฐ ส่วนช่างก็ยังอยู่บนคานหลังคาต่อไป รวมถึงช่วงเย็นช่างก็ให้พวกเราขึ้นไปทาสีน้ำมันไม้กันแล้ว และข้างล่างก็ขุดดินรอบห้องสมุดเตรียมเทพื้นทางเดินด้านนอก  กลางคืนนี้ก็นอนดึกเลย พวกพี่ตู่ก็เล่นกีตาร์หน้าห้องถึงตีสองตีสาม


    วันที่ 16 มีนาคม 2550 วันนี้ตื่นมาก็เริ่มรู้สึกเมื่อยเสียแล้ว อาการเพิ่งออก  เหอๆ ก็ทำธุระส่วนตัว เคารพธงชาติ ออกกำลังกาย กินข้าวเช้า วันนี้ก็ยังคงต้องทำแบบเดิม คือผสมปูน ก่ออิฐ และอีกส่วนหนึ่งต้องขึ้นไปทาสีน้ำมันซ้ำอีกรอบ ช่วงบ่ายไอ้วอไอ้ทายก็มา มาเองเลย ตอนมันมานี่ไม่รู้ตัวเลยฮับมาถึงเห็นมันก็งงเลย มากันได้ไง ต่อด้วย ต้องกับแก้มที่ตามมา ช่วงเกือบเย็นพี่หมอก็มาถึงด้วยรถกระบะของพี่เค้า วันนี้พวกไอ้บุ้ง ปอย หยก ก็กลับกรุงเทพ ช่วงเกือบห้าโมงก็ไปโรงบาลกับพี่หมอ เนื่องจากไอ้เอกหลังเดี้ยง หลังจากมันฉีดยา พี่หมอก็พาไปกินข้าว กินเสร็จก็กลับเข้าโรงเรียน เย็นๆก็อาบน้ำ และก็ประชุม เปิดใจ ไพลี่ แนน และน้องมะเดี่ยว ที่จะกลับพรุ่งนี้ กว่าจะนอน ก็มาเคลียร์บัญชี และไอ้เอกก็ป่วนคืนนี้เอากระดาษกาวไล่แปะหัว เหอๆ ข้างนอกก็มีถ่ายรูป เล่นกีต้าร์


    วันที่ 17 มีนาคม 2550 วันนี้มีแข่งกีฬาสี ก็มีการเปิดงาน เริ่มแข่งด้วยวอลเล่ย์บอล ของรัดสาดแข่งกับคณะครูของโรงเรียน  รัดสาดชนะไปฉิวเฉียด เสร็จก็ไปกินข้าว เสร็จก็มาช่วยชักคะเย่อ แข่งกับช่าง ชนะไป ต่อไปก็กลับไปครัวไปเตรียมของเพื่อมาแข่งกินวิบาก แล้วก็มานั่งพักรอเวลาที่สนามบอล ก็บ่ายโมงก็เริ่มแข่ง ตามด้วยฟุตบอล ถึงสามโมงกว่าเกือบสี่โมง เหอๆ ก็เลยไปช่วยก่อสร้างนิดนึงและก็ไปอาบน้ำ กินข้าว และก็ประชุม


    วันที่ 18 มีนาคม 2550 วันนี้เตรียมเรื่องคานเพื่อหล่อคานด้านนอก ก็ต้องรื้องานเก่าทิ้งเพราะทำผิดคำสั่งและทำใหม่ ช่วงบ่ายก็ผสมปูน เทคาน กว่าจะเสร็จก็เกือบเย็น วันนี้ไม่ค่อยเหนื่อย เพราะวันนี้แอบดอจไปโทรศัพท์หาโอ๋ มาเลยมีกำลังใจขึ้นเยอะเรย เหอๆ ตอนเย็นก็ อาบน้ำ กินข้าว และก็ประชุม และก็เปิดใจพี่ตู่ที่จะกลับพรุ่งนี้ เสร็จก็นอน


    วันที่ 19 มีนาคม 2550 เช้านี้ตื่นมาก็ต้องเริ่มงานเลยเพราะต้องเตียมพื้นที่ให้พร้อมสำหรับการเทพื้น ก็เก็บพวกเศษปูน เศษอะไรต่อมิอะไรต่างๆ มากมาย และก็ขนกระเบื้องขึ้นไปวางไว้ด้านบน พี่ตู่กลับหลังจากกินข้าวเสร็จ ไปพร้อมกับพี่หมอและไอ้พ้ง ไปอู้อีกแล้ว ก็มาทำงานต่อก็มารื้อพวกนั่งร้านออก ก็ตีไม้ออก พับตะปู อย่างระมัดระวังไม้ให้ใครเหยียบตะปู จนแล้วจนรอดก็เจอกับตัวเอง มันมีไม้ที่มีตะปูอยู่ด้วยวางอยู่มุมๆ ไอ้เราก็ไม่ทันระวังก็เหยียบไปเต็มๆตีนเลย ตะปู 3 ตัว เข้า 1 ตัว ลึกพอควรก็เลยไปทำแผล และก็มารื้อต่อ ไม่นานพี่หมอก็กลับมา พร้อมด้วยพี่โอ๋ พี่นาม พี่ดะ พี่บุญ ไอ้พ้ง และอีกคนที่ไม่น่าจะกลับมาด้วยคือ พี่ตู่ พี่ท่านกลับมาพร้อมข้ออ้างว่าตกรถไฟ และมาในคณะเหวิว เค่อว เวิ่ว (ว.ค.ว) มาประกาศยกเลิกการใช้กฎค่าย และปลดประธาน พร้อมใช้กฎค่ายเดิม และให้ประธานคนเดิมรักษาตำแหน่ง (เพื่ออะไรเนี่ย) วันนี้ก็เทพื้นทั้งด้านในและด้านนอก เหนื่อยกันทีเดียวเพราะผสมหลายกระบะเลย + ฝนตกอีกปูนเละเลย แทบไม่ได้ปูนได้แต่ทราย แต่ก็อะน่ะเทพื้นจนเสร็จ ก็อาบน้ำตอนเย็นไม่ได้ เพราะน้ำในลำธารแดง น้ำในห้องน้ำหญิงไม่ไหลคนเยอะ ก็เลยไปอาบบนรถกระบะที่เค้าขนน้ำมา เอ้อได้บรรยากาศกลางแจ้งดี เย็นวันนี้สมาชิกเยอะมาก แทบไม่มีที่นั่งกินข้าวกันเลย เหอๆ ตอนกลางคืนหลังจากประชุมเสร็จก็มี happy birthday ให้กับบัว แถมพ่วงบอยอีกคน เลยมา 5 วัน เหอๆ ก็ดีปีนี้เลยได้กินเค้กไปตั้งสามครั้งก่อนมาค่ายไปสองครั้ง กินมากสุดในชีวิตเรยนะเนี่ย กลางคืนด้วยความหวาดเกรงฟิชโช่และวันที่พวกพี่เค้ามามดเยอะมากเรยอ่า นอนไม่ได้ต้องย้ายที่นอนไปนอนห้องผู้หญิงไปนอนเบียดระหว่างกิ๊ฟ(ถึก)กับไอ้ทอม และตอนกลางคืนพี่ก็มาแกล้งเค้าประตูหน้าต่างให้กลัวไป โชคดีที่ไม่บุกมายัดฟิชโช่ คืนนั้นก็นอนหลับไปโดยไม่เจออะไร


    วันที่ 20 มีนาคม 2550 ตอนเช้ามาช่วยงานฟุตบอลในหยานคัพ ที่เค้าเริ่มงานวันนี้ มาเข้าแถวเป็นพิธีฟังกล่าวเปิดงาน เสร็จก็ไปกินข้าว และเช้านี้หลังจากที่คิดว่าน่าจะเหลือแค่งานฉาบอย่างเดียว หาใช่ไม่ ช่างกับครูศักดิ์ชัยบอกว่าให้เคลียร์พื้นที่ปรับระดับดินรอบห้องสมุด พระเจ้าจอร์จงานหนักกว่าที่คิดเยอะมาก เพราะจำนวนดินที่เยอะมากก็เคลียร์พื้นที่หลังห้องสมุดเสร็จภายในตอนเที่ยง และผู้ใหญ่บ้านก็เรียกไปให้กินขนมจีนที่บ้านแก เสร็จก็กลับมาพักได้ซักแป๊ปก็เริ่มงานกันต่อ ก็เริ่มต่อด้วยงานเดิม เคลียร์ด้านข้าง และก็ยังไม่พอจะเริ่มทำบันได้ด้านหน้าต่อ ต้องขุดดินด้านหน้าออก ลงไปลึกซักเมตรกว่ากว่าเมตรนึง โอ้ขุดมันเลย ทั้งขุดทั้งขนดินไปเท เล่นกันล้าเลยงับพี่น้อง โดยเฉพาะหลัฝนตกนี่ดินหนักโคดเรย แล้วแม่งขอเน้นๆ แน่ๆ เยอะๆ ประจำหนักพ้งๆ เรย แถมตอนเย็นไม่มีน้ำอาบอีก โอ้ต้องไปอาบน้ำฝนที่เค้าเก็บไว้ในแท็งค์ ตอนอาบน้ำก็เริ่มมีการจับตัวประกัน คือ พี่ตู่และพี่นาม สายลับของ ว.ค.ว. ที่เข้ามาจะทำลายเมืองพิษณุโลก ทางเราจึงได้จับไว้เป็นตัวประกันพร้อมถ่ายรูปแบล๊คเมล์ ช่วงกลางคืนเลยต้องไปเตรียมของมาไว้ป้องกันศึกคืนนี้ โดยเฉพาะอโยธยา ที่ไม่รู้แม่งจะฝักใฝ่ฝ่ายไหน ก็เลยต้องไปยึดเอาของสำคัญของพี่บุญมาไว้เป็นตัวต่อรอง ศึกก็เริ่มเปิดทันทีเมื่อหลังประชุมเสร็จ ที่จริงพี่เค้าอาจจะบุกมาไม่ได้ถ้าหากไม่มีไอ้พวกไปเข้าห้องน้ำเนี่ย เลยโดนจับไป พวกพี่ก็เริ่มพยายามมาดึงเปิดตามหน้าต่าง แต่ก็ดึงไม่ได้เพราะล๊อคไว้แม่งทุกบาน จนกระทั่งพี่เค้าไม่ยอมปล่อยตัวประกันคืน ไอ้ต้อมเลยต้องเอากระต่ายของพี่บุญ ขึ้นขู่ว่าจะฉี่ใส่ ทำให้พี่บุญเต้นคับพี่น้อง เกิดแรงมหาศาลไปกระชากหน้าต่างด้านหลังเมืองเปิดออกได้ และพยายามจะเข้ามาดึงตัว เลยกรูกันไปช่วยยื้อดึงตัวไอ้ต้อม ไอ้กรุ๊ป ไอ้ทอมไม่ให้โดนดึงออกไป สุดท้ายไอ้อิฐได้แผลก็เลยต้องออกไปปเรียกพยาบาล พวกพี่เค้าเลยบุก้ขามาทางด้านหน้าและเริ่มชุลมุนกัน ตัวต่อตัว ตัวต่อสองตัว โดยอโยธยาไม่ได้ให้ความช่วยเหลือเลย สามรถดูได้ในคลิปวีดีโอ อโยธยาแม่งยืนดูพวกกุอย่างเดียว จนในที่สุดศึกก็สงบลงเพราะพี่ดะลง เลยทำให้ศึกยุติได้ และครูดาที่อยู่ที่บ้านก็ตื่นตกใจกันหมด เพราะเสียงดังจากพวกเราและเสียงประทัดของไอ้เบส ไอ้ป้ำก็ไปอธิบายกับครูเค้าว่าเป็นกีฬาพื้นบ้าน พื้นบ้านจริงๆลงไปนอนกับพื้นบ้านเลยฮับ แถมมีของเสียหายอีกเป็นที่วางจานหนึ่งอันแม่งบู้บี้ยับเยินเลย - - เสร็จจากนั้นจึงต้องกวาดพื้นห้อง และถึงได้นอนทั้งๆที่รู้ดีว่าพรุ่งนี้ไปเที่ยวต้องตื่นตอนตีสี่ ไปๆมาๆเลทกันหมดตื่นตอน 6 โมงเช้า


    วันที่ 21 มีนาคม 2550 ก็ออกเดินทางจากโรงเรียนประมาณ 7 โมงเช้าเห็นจะได้ ถึงโน่นที่รักษะวาริน จังหวัดระนอง เป็นแหล่งน้ำพุร้อนที่ครูพามาเที่ยว ก็ไปถึงก็กินข้าวเช้าก่อน ด้วยข้าวเหนี่ยวกับไก่และหมูทอด ก็อิ่มๆ กินข้าวเหนียวไปเยอะพอควร กับไม่พอ เสร็จก็ได้เวลาแช่น้ำร้อน เป็นบ่อที่คล้ายๆสระว่ายน้ำ มีที่นั่งอยู่ริมบ่อ ก็ร้อนคับรู้สึกร้อนในตอนแรกและเริ่มสบายในตอนหลัง เพราะมีผู้กล้าเริ่มเอาทั้งตัวไปแช่ในบ่อ ก็เลยลองไปแช่มั้งตอนแรกนี่โอ้ร้อนมากกก หลังๆค่อยกำลังดีหน่อย ก็แช่นานพอควร พอใจแลวก็เลยไปล้างตัวด้วยน้ำเย็น ตอนที่น้ำฝักบัวที่เป็นน้ำเย็นไฟลมาโดนตัวนี่ สบายสุดๆ ทำเอาหัวหมุน มึนๆไปเลย เสร็จก็ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าและก็ไปถ่ายรูปให้เพื่อนๆในบริเวณต่างๆ เสร็จกก็นั่งรถกลับ ก็แวะท๊อปส์ที่ครูเรียกว่าโลตัส ได้ซื้อของกินมากินเหมือนอดอยาก และก็กลับ โดยแวะร้านขายของก็ทางเข้าโรงเรียนโดยที่ผมและไอ้นิกไม่รู้ตัวหลับอยู่ในรถตลอดทางกลับโรงเรียน ก็กินข้าวเที่ยงและก็นอนกลิ้งในห้องเพื่อรอเวลาไปล่องแพต่อ ช่วงบ่ายมาถึงพวกเราก็เริ่มเดินไปที่จุดลงแพ ห่างจากโรงเรียนไม่มาก ซึ่งผมก็ลงแพลำแรก ซึ่งมีไอ้เอกอยู่ด้วย ทำให้แพหนักและอันตรายมากยิ่งขึ้น เป็นครั้งแรกที่ได้นั่งแพแบบนี้และมีโอกาสได้ถ่อด้วย ตอนล่องก็เล่นกันระหว่างแพสนุกสนาน โดยเฉพาะแพของ ว.ค.ว. ที่พี่ดะถ่อไปเสียบกับ กอไม้ แพเกือบจมไปเลย ถึงแม้จะมีปืนบรรุกระสุนหลายกระบอกก็ตาม ก็จะพูดบรรจุ กระสุนยิง ด้วยน้ำทีพ่นจากปาก เหอๆ สนุกสนานไปตามทางสายน้ำที่ล่องไปเรื่อยๆกับความสมบูรณ์ของธรรมชาติ เป็นอะไรที่สนุกมากๆเลย จนได้มาหยุดที่ก่อนหมดtripก็มาเล่นน้ำกันจับตัวแล้วก็พ่นน้ำใส่หน้า เสร็จก็มาจบที่ปลายเส้นทางนั่งรถกระบะกลับ บรื๊อๆๆหนาว เสร็จก็กลับมาอาบน้ำ และก็รอกิจกรรมช่วงกลางคืน ก็ส่วนหนึ่งก็มาซ้อมการแสดงหมีแพนด้าในห้อง ก็ดูตอนมันซ้อมขั้นต้นแป๊ปนึงก็ต้อไปสวมวิญญาณช่างภาพต่อ ไปถ่ายรูปงานกิจกรรมตอนกลางคืน ก็มีการแสดงของน้องๆสองชุด ชอบใจไอ้เพลงแฟนฉันมาก น้องเต้นเก่ง ดี คิดท่าไปได้ อืมๆ และก็มีการมอบทุนการศึกษาและสิ่งของให้กับทางโรงเรียน เสร็จก็ถึงคิวการแสดงของพวกเรา ก็เป็นชุด lovelove กับ หมีแพนด้า ที่ฮาโคด ขำมากๆเลย เสร็จก็ผู้ใหญ่บ้านมากล่าว ชมเชย(หรือด่าเรา) อยู่นาพอดู เออ ขอเปลี่ยนผู้ใหญ่บ้านค๊าบบบ เสร็จก็มากินข้าวเย็นที่ชาวบ้านทำมาเลี้ยงให้พวกเรา ก็กินๆไปเห็นอะไรกินได้ก็กิน ไม่เผ็ดเป็นกินได้ สุดท้ายมารู้อีกที ไอ้เรานึกว่าหมูที่จริงเป็นเนื้อชะมด กุกินไปได้ไงเนี่ย - - เฮ้อ สงสารชะมด และก็ประชุมสรุปงาน และตามด้วยเปิดใจที่ประมาณ 3 ชม.กว่า และตบท้ายด้วยปาร์ตี้เฟรนฟราย และเบียร์ ในห้องพวกไอ้อิฐแดกเรดและแสงโสม เมาจนทุเรศ กว่าจะเอาแม่งไปนอนได้ ไอ้ทอมโดนถีบไปหลายที ไอ้อิฐพูดอังกิดแหลกลาน สีฟ้าก็เมา แต่หาเรื่องไม่เท่าครั้งก่อน ที่เหลือคงแค่ตึงๆมั้ง ทำให้บอยและไอ้ทอมต้องย้ายห้องนอนมานอนห้องของอโยธยา เวลาประมาณ ตีสี่ 

    วันที่ 22 มีนาคม 2550 ตื่นอีกทีก็สิบโมงกว่า บางส่วนก็ยังพึ่งตื่นก็เดินออกมากินฟรายไปนิดนึงก็เดินตามหากระเป๋ากล้องนานสองนานจนเจอว่าวางอยู่บนโต๊ะ และก็อู้งานตอนเช้า ก็มาเก็บกระเป๋าตัวเองหน่ะแหละ เก็บเสร็จก็กลิ้งไปกลิ้งมาในห้อง รอตอนบ่ายที่จะปลูกต้นนทรี ก็ถึงเวลาก็ได้เวลาไปรวมตัวเพื่อเตรียมแพ็คของทั้งหมดกลับไปรวมตัวกันที่ห้องประชุมก็ได้ช่วยแบกหนังสือไปไว้ห้องสมุด อย่างน้อยวันนี้กุก็มีประโยชน์บ้างวะ เสร็จก็เรียกให้มาเอาของที่ตกค้าตามราว และก็ไปปลุกต้นนทรี และถ่ายรูปรวม จากนั้นก็เป็นเวลาที่ต้องเดินทางกลับ ก็ขึ้นรถกระบะกลับไปที่หลังสวนรอรถไฟที่จะมาถึงในเวลา 18.30 น.ก็เลยไปแวะตลาดซื้อของฝากและกินข้าวเย็นกัน กลับมาถึงรออีกซักพักรถไฟก็มา ก็ถึงเวลาจากลา ขนของขึ้นรถไฟ ไม่ฉุกละหุเหมือนตอนมา แต่ต้องให้เจ้าหน้าที่มาไล่คนออกจากโบกี้ แล้วก็โบกมือลา ครู ชาวบ้าน และน้องๆที่มาส่ง รถไฟก็เริ่มออกเดินทาง ในใจก็รู้สึกว่าเวลามันช่างผ่านไปเร็วเสียจริงเหมือนมาอยู่แค่ไม่กี่วันนี่ปาไปเป็นสิบวันแล้วเหรอ ยังรู้สึกเหมือนทำงานไม่เสร็จเลย อืม แต่ได้กลับก็ดีใจแล้วหล่ะ บนรถไฟก็เฉลยบัดดี้ ซึ้งบัดดี้บอยคือไอ้เอก ส่วนคนเทคคือไอ้กรุ๊ป แม่งเกินคาด  ก็เวลาส่วนใหญ่ก็จะวุ่นกับการเขียนสมุดกระจกที่สัญญากับตัวเองว่าจะเขียนให้ครบทุกคนในที่สุดก็ทำได้ ครบหมด และก็ไปหาที่นอน นอนจนมาถึงนครปฐมแล้วถึงเริ่มรู้สึกตัวตื่น


    วันที่ 23 มีนาคม 2550 มาถึงกรุงเทพก็ขนของลงและก็เริ่มแยกย้ายกันกลับ ส่วนพวกเราก็มีไอ้ต้อม ไอ้ป้ำ ไอ้ทอม ไอ้พ้ง ไอ้เฟม พี่ตู่ ไอ้ก้อง ไอ้เอก ไอ้นิก และผม ก็เดินทางแบกอุปกรณ์ทั้งหลายกลับมาที่คณะด้วยรถแท็กซี่ และก็มาดูเกรดกัน เกรดออกมาก้อโอเค พอทำใจ เสร็จก็เลยนั่งตะลัยกลับมาที่หอ พวกไอ้พ้ง ไอ้ต้อม ก็จะมานอน ส่วนไอ้ทอม มาอาบน้ำ เตรียมไปเที่ยวกับน้องน้ำตาล เฮ้อ เอางี้กันเลย แหม่ๆ ส่วนผมก็วางแผนไว้แล้วว่าวันนี้ต้องไปงานคอมมาร์ท ก็เลยนั่งรื้อกระเป๋า และอาบน้ำ นั่งดูทีวี เล่นคอมรอเวลา ส่วนไอ้ต้อม ไอ้พ้ง หลับสนิท ปลุกมันอีกทีตอนเที่ยง ก็ลงไปกินข้าว ผมก็ไปเที่ยวต่อ นั่งรถเมล์ไปลงเซ็นทรัลต่อmrtไปลงศูนย์สิริกิต  และก็ไปสอบหูฟังกับที่ชาร์จถ่าน และก็กลับมาถึงห้องตอนเย็นๆ ก็มานั่งเล่นคอมต่อ และก็นั่งคิดๆทบทวนเรื่องที่เล่าทั้งหมดนี่แหละ

    ทิ้งท้ายค่ายปีนี้หลังจากผ่านมาหนึ่งเดือน

    คำพูดยอดฮิต "วันนี้ๆ" "พ้ง" "อู้รุ่น" < สรุปได้ว่า วันนี้พ้งอู้รุ่น ในความคิดเห็นส่วนตัว คำพวกนี้ได้ยินบ่อยมากมาย บ่อยได้อีก

    "รถไฟไทย" อย่าไว้ใจว่ารถไฟจะมาช้า มันอาจมาตรงเวลาและตกรางเมื่อไหร่ก็ได้

    "พะโต๊ะดริฟท์" ลักษณะอันน่าเกรงกลัวของคนขับรถสิบล้อ ที่ไม่อยากจะเบรกรถ ในเวลาลงเข้า และเข้าโค้ง

    "ผัดมาม่าสี่สหาย" อาหารที่อร่อยสู้น้ำเปล่าสองแก้วไม่ได้

    "นายอำเภอ" ผู้ที่ทำให้รู้ว่าจบไปไม่มีงานทำ

    "บัดดี้" ใครไม่รู้ มันคือเพื่อน พี่ น้อง กูเอง ที่เทคกันลับๆ และอาจโดนด่าว่าโง่ในภายหลังที่จำใส่สมองพร้อมความรักและมิตรภาพ

    "เครื่องบินไอ่พ่น" ลักษณะของพวกหลับสนิท แต่สามารถทำความรบกวนแก่ชาวบ้านได้

    "วันนี้ๆ" สื่อถึงความร้อนของ อยากได้อย่างเร่งด่วน ทันทีทันใด หากต้องการให้เร็วขึ้น ต้องย้ำด้วยการพูดเสียงดัง และ พูดบ่อยๆ

    "ไซด์ก่อสร้าง" สิ่งปลูกสร้างกลางแดดกลางฝนที่เราทุกคนช่วยกันทำ

    "สนามบอล" ได้แต่เห็นไม่ค่อยมีโอกาสให้เล่น ซักที

    "ลำธาร" แหล่งชะล้างสิ่งสกปรก และเหมือนจุดผ่อนคลายความเหนื่อยล้าในแต่ละวัน

    "แพ" การนำไม้ไผ่มาเรียงต่อกันให้เป็นแพแล้วเกาะแพไปซักพัก แล้วจึงดึงแพขึ้นมาต้นน้ำใหม่ อาจถูกไม้ไผ่หนีบอวัยวะสำคัญได้

    "เกย์" คำที่บ่งบอก ว่าชอบพวกเดียวกัน แม้ว่าจะจริงหรือไม่จริงก็ตาม มีทุกวันและมักเล่นกับคู่และคนเดิมๆ

    "อู้รุ่น" หมายถึงลักษณะของการยืนเฉยๆนิ่งดูดาย หรือหลบลี้หนีหน้าไปจากไซด์ก่อสร้าง ทำบ่อยจนอาจติดเป็นนิสัย มักทำในแต่ละรุ่น จนสังเกตเห็นได้ชัด

    "พ้ง" คำหยาบคายชนิดหนึ่ง แทนมาจากคำว่า เ_ย และ ก_ _ง ปัจจุบันยังพอมีใช้ในบางโอกาส หากต้องการเรียกอย่างสุภาพ กรุณาใช้คำว่า "วิภวพงษ์"

    "คนแมวบิน" ลักษณะหลังจากไอ้เอกได้รับยา เพิ่มความบ้าคลั่งเป็นสองเท่า หลังจากช่วงพัฒนาที่ไล่เอากระดาษกาวแปะหัว เนื่องจากไม่สามารถทนเพื่อนๆล้อเรื่องความรักได้

    "สิ่งประดิษฐ์" สิ่งที่สร้างค่ายให้เจริญ จากฝีมือไอ้ยุ่น

    "เหวิวเค่อวเวิว" (ว.ค.ว.) กลุ่มปฏิวัติที่มีขวดโออิชิเป็นหัวหน้ากลุ่ม และหัวหน้ากลุ่มก็เปลี่ยนเป็นสิ่งของอื่นๆบ๊อยบ่อย รวมถึงมีการเฉือดไก่ให้ลิงดูด้วย

    "อโยธยา" ราชธานีแห่งกรุงศรีอยุธยา ไม่เคยตกเป็นเมืองขึ้นของคณะปฏิวัติ และยังไม่ช่วยเมืองลูกหลวงด้วย ทั้งที่มีอาวุธเต็มอัตราศึก

    "พระพิษณุโลก" เมืองลูกหลวง ที่ถูกตีพ่ายย่อยยับเพราะการไปเข้าห้องน้ำ และการใช้ตัวประกันที่ผิดพลาด ซ้ำร้ายด้วยทรัพย์สินเสียหาย

    "การละเล่นพื้นบ้าน" ลักษณะการตีเมืองของคณะปฏิวัติ เสียงดังโครมครามจนชาวบ้านแตกตื่น

    "บ่อน้ำร้อน" แช่น้ำร้อนในฤดูร้อน ร้อนได้อีก

    "หมีแพนด้า" การแสดงที่ไม่น่ากระทำเป็นครั้งที่สอง อาจทำให้ฮาน้ำตาไหลแบบต่อเนื่อง

    "ผู้ใหญ่บ้าน" ไม่อาจเดาความคิดได้ ว่าด่าหรือชม

    "เปิดใจ" ลบกฏเกณฑ์ที่สามารถพูดได้ครั้งเดียวเป็นพูดได้สองครั้ง พร้อมสถิติคนน้อยแต่พูดนาน

    "โรงเรียนบ้านในหยาน" โรงเรียนที่ให้ความทรงจำดีๆ และเป็นที่พักพิงตลอดสิบวัน

    ส่วนตัวผู้เขียนอยากขอบคุณเพื่อนๆ น้องๆ และพี่ๆ ที่มาค่ายในครั้งนี้ ทุกอย่างจริงๆ ทำให้ค่ายครั้งนี้สามารถเติมความทรงจำดีๆให้ผมได้อีกปีนึง และขอโทษหากไปทำให้ผิดใจกัน (ถ้ามี) และยังอยากมีค่ายปลูกต้นคิด(ส์) ต่อไปอีกน๊านนานอยากบอกว่าครั้งนี้มัน ระดับโลก!!! จริงๆ

    December 06

    ช่างผ่านไปเร็วเสียจริง

             

    เฮ้อ ไม่ได้มาอัพเสปซตั้งกะเดือนนึงแระ รู้สึกว่าเวลาที่ใช้อยู่ในแต่ละวันช่างผ่านไปเร็วเสียจริง เทอมนี้ต้องตั้งใจเฟ้ยย
    ว่าด้วยเหตุการณ์ที่ผ่านมา มีเหตุการณ์ที่น่าสนใจถึง 2 เหตุการณ์ด้วยกัน
    คือ 1 การSurvey(สำรวจ)มหาวิทยาลัยที่ข้าพเจ้ากำลังศึกษาอยู่
    และ 2 ไปค่ายพัฒนาบุคคลิกภาพและจริยธรรม ถูกเป่าหว่า ไม่ถูกก็ขออำภัยด้วยละกัน ปู่แก่แล้ว - - ซึ่งเป็นกิจกกรมที่คณะหาหน่วยกิจกรรมมาให้
     
    เริ่มด้วยสรุปเหตุการณ์ไป Survey ซะหน่อย
    ก็เริ่มด้วยการที่ปล่อยให้กลุ่ม เฟม+เน ซึ่งเป็นกลุ่มแรกไปลุยกรุยทางให้แล้ว ข้าน้อยจึงเริ่มคิดทำงานบ้าง
    ซึ่งเป็นโอกาสวันดี คือวันอาทิตย์
    โดยได้นัดกับนายธีร(เอก)ไว้ว่าจะไปถ่ายรูปทำงานพร้อมกัน โดยนัดมาเจอกันเวลา 9 นาฬิกา หรือ 3 โมงเช้านั่นเอง
    โดยมีสมาชิกดังนี้ ไอ้เอก ไอ้แบงค์ ไอ้ศักดิ์ ไอ้เอก(เอกชัย) ไอ้บอย(ข้าพเจ้า) และสาวน้อยอีกนึงคน นั่นคือเจ๊แอมป์
    พร้อมด้วยพาหนะ ก็คือ จักรยาน ซึ่งมีอยู่ 3 คัน ของไอ้เอก ไอ้แบงค์ และเจ๊แอมป์ แต่คันไอ้เอกเป็นรถส่วนบุคคล ไม่มีใครกล้าซ้อน
    เป็นอันว่าต้องหาจักรยานอีกคัน ไอ้เอกเลยบอกว่า เอามาอีกคันนึงแต่อยู่ที่ไปรษณีย์(ที่ทำงานพ่อมาน) เลยตกลงว่าต้องไปเอา
    ก็เลยนั่งซ้อนท้ายจักรยานไอ้แบงค์ไป ไอ้เอกขี่คนเดียว(เอาเปรียบอย่างยิ่ง) ก็ทรมาณเหลือหลาย เพราะจักรยานไอ้แบงค์ไม่มีเบาะหลัง มันเป็นเพียงตะแกรงไว้ย่างปลา
    เลยต้องทรมาณจนถึง ด้วยคาดหวังไว้ว่าจะได้จักรยานที่ดีมาไว้ขี่ซักคัน เมื่อมาถึงไปรษณีย์ ไอ้เอกก็ลากจักรยานลงจากรถตู้ และสิ่งที่ทำให้ประหลาดใจก็คือ จักรยานที่ไม่มีเบาะ
    เบาะหน้าหายก๊าบบบบ อานไม่มีมีแต่เบาะหลัง - - เหอๆ ด้วยการทรมาณจากจักรยานไอ้แบงค์แล้วจึงทำให้ต้องทำใจปั่นจักรยาน ที่คิดชื่อมันให้ตอนหลังด้วยตัวป๋มเองว่า
    "จักรยานหลังอาน"
    เมื่อได้จักรยานก็ปั่นกลับไปคณะ ด้วยระยะทางไปกลับกินเวาลาประมาณ 20 นาที เล่นเอาเหงื่อตกเลยทีเดียวสำหรับการปั่นจักรยานในรอบหลายเดือน ปั่นแต่จักรยานที่ฟิตเนสอ่า เหอๆ
    ก็เริ่มSurveyกันโดยไม่มีการวางแผนปั่นตามใจ โดยมีผู้นำคือ นายธีร ที่เคยมาสำรวจแล้ว ก็เริ่มที่ทางแยก เลียบคลองบางเขน หลังประมงใหม่ ก็มาถ่ายรูปและหาจุดที่สามารถลอดเข้ามหาลัย(คณะประมง)ก็มีนั่นแหละก็มีอาสาสมัครโดยไม่บอกกล่าวว่าแล้วก็ลงไปมุดลอดรั้วไป เหอๆนั้นคือไอ้เอก(เอกชัย) หลังจากนั้นก็ปั่นเลียบกับถนนวิภาวดีเลี้ยวซ้ายเข้าถนนงามวงศ์วาน มาที่ประตูงาม2 และหยุดพักจากนั้น ก็ปั่นไปถ่ายยังที่ต่างๆ ขี้เกจพล่ามแล้ว เด๋วไปดูรูปละกัน เหอๆจะอัพให้ในเร็ววัน เอาตรงไคลแมกซ์ เลย ปั่นมาถึงชุมชนโรงสูบ ด้วยใจที่คาดหวังว่าชาวบ้านจะมีน้ำจิตน้ำใจให้ข้อมูล เมื่อมาหยุดถ่ายรูปนะแยกชุมชนโรงสูบก็โดนเจ๊คนแรกใส่เลย ใส่กะผมนี่แหละ เจ๊ "อะไรเนี่ย จะมาไล่ที่กันอีกแล้วเหรอ และบ่นต่อ..." ผมก็เลยตอบไปว่า มาทำงานคับ มาสำรวจมหาวิทยาลัยเฉยๆ ไม่ได้มาไล่ที่ เหอๆ" ก็เลยหงุดหงิด รีบๆปั่นไป มารู้ที่หลังว่าป้าแกตะโกนถ้าขอเบอร์เอาไปให้ลูกสาวป้า - - กุหละงงจริงๆ ก็ปั่นทะลุชุมชนโงสูบเป็นคลังแรกที่ได้ขี่ในชุมชนที่ใกล้เคียงสลัม หลายๆคนอาจไม่รู้จักชุมชนโรงสูบนะฮะ ก็ในชุมชนมีหลายอย่าง อาทิ ร้านชำ ร้านตัดผม สนามมวย และโรงลิเก เป็นต้น บ้านเลขที่เป็นที่น่าฉงนสงสัยมากว่าเท่ที่มองเห็นด้วยตามันเป็นที่อยู่มหาลัย 50/เลขที่บ้านในชุมชน ก็ปาไปเลข 700 กว่า เป็นตัวเลขชุมชนแอดอัดจริง ในพื้นที่เล็กๆเช่นนี้ และก็ขาปั่นออกจากชุมชน ก็มีคุณยายถามอีก ว่าประมาณมาทำอะไร มาจากคณะไหน เหอๆ ประมาณนั้น ก็เป็นอันว่าผมก็ตอบไปตามระเบียบ รูปเลยไม่ค่อยได้ถ่ายเลย เพราะกลัวมีชาวบ้านมายำ และไม่ได้ออกมาจากโรงสูบอีก ก็ออกมาสำรวจต่อกับโรงยิมใหม่ของมหาลัยเรา กำลังสร้างแหละ รู้ไว้ซะ แถวโรงสูบแหละ ก็สำรวจชุมชนพหลโยธิน45 ต่างกับชุมชนโรงสูบลิบลับ ที่นี่เป็นอาคารปลูกสร้างถาวร บ้านเดี่ยว และ แฟลต ซึ่งต่างกันอย่างเหนได้ชัด และไปสำรวจบริเวณบ้านพักอาจารย์และข้าราชการ ก็มีที่น่าสนใจเช่นบ้านอาจารย์โครตเก่า ซ่มซ่อมาก แต่มีรถยนต์สองคัน และติดยูบีซี เหอๆ รวมไปถึงหอพักอาจารย์ชายโสด ชื่อแนวมาก จากนั้นไอ้เอก(ธีร)ก็ขอตัวกลับเนื่องจากติดงาน(ไปขายปืน) เลยตัดสินใจพัก เพราะแดดร้อนมาก และหิวข้าวก็ปั่นมากินข้าวที่บาร์ใหม่ และคุยเรื่องการเมือง 1 ชั่วโมงเต็ม จึงได้ฤกษ์ทำงานต่อ ก็ตัดสินใจไปยังที่ๆยังไม่เคยไปก็พวกประมงใหม่ เหอๆก็เจอก่ากลุ่มไอ้ป้ำที่ไฟรนก้นต้องรีบมาทำงาน เหอๆ ช่วงดึกก็นัดมาทำงานต่อมาดูในอันตรายช่วงกลางคืน นัดมา 4 ทุ่ม งานเสร็จปาไปเกือบตีหนึ่ง ไปประมงโดนหมาไล่กวดอีก เซงฉิบ หมาเยอะฉิบผง กลับมาถึงเอารูปมาลงและนอนตายในทันที ส่วนช่วงวันสำรวจวันที่สองก็ไปทำช่วงกลางคืน คราวนี้ค่อยFull teamหน่อยขาดเฟิร์นคนเดวที่บ้านไกลก็มะเปนราย เหอๆ ไปเปนปาปารัสซี่ แอบถ่ายชาวบ้านชาวช่องจู๋จี๋กัน เหอๆ
    และช่วงวันที่สามก็มาช่วงหัวค่ำเพราะได้คุยกับ รปภ. และ ยาม (ยามค่ำก็นอน) ก็รู้มาว่ามักเป็นโรงแรมให้คนมาทำอะไรกัน เหอๆ ก็ดันมาวันที่มีงาน ก็เลยไม่ได้ความไป ได้คุยก่ายามอย่างเดียว
    พล่ามซะนาน ก็คงไม่ใช่ที่บอกสรุปอย่างข้างต้นแระ เป็นพวกพูดมากไปเลยซะงั้น - -
    ------------------------------------------------------------------------------
    มาเข้าเรื่องที่สองกันเลยดีกว่าสำหรับค่ายของคณะ ไปกันสามวันสองคืน
    ไม่ได้คาดหมายถึงความสนุกอะไรมากนักเพราะเหมือนเพื่อนลากไป แต่ก็ยังเอาไพ่ติดตัวไปแหละก็เก็บของตั้งกะก่อนวันจะไปแระ วันพฤหัสอะแหละ ไม่ค่อยอยากไปเพราะร่างกายไม่พร้อมด้วย เหงือกมันบวมอ่าร้อนใน มานเลยปวดเส้นประสาทลามไปถึงสมอง เหอๆเล่นเอาปวดหัวเป็นระยะเหมือนกัน ก็ช่วงเช้าก็ทรมาณตัวเองด้วยการตื่นจากที่นอนและไปมหาลัย ก็มาถึงเช้าเหมือนเดิม เดินสูดอากาศยามเช้าจนถึงคณะ รอขึ้นรถ ในใจคิดว่าคงต้องเป็นรถทัวร์ติดแอร์แน่เพราะจ่ายหลายตัง ปรากฏเป็นรถเมล์+ตะลัยฮะ เยี่ยมจริงๆคณะกุ ก็ขึ้นไปจับจองที่นั่งซึ่งแน่นอนว่าตั้องเป็นท้ายรถ ก็รอคน ไอ้แบงค์ที่นั่งอยู่ข้างหลัง เกิดปวดขี้ - - มันเลยถามว่าห้องน้ำที่อาคารจักรเปิดเป่า ก็เลยบอกมันไปว่าไปเข้าศร.ไม่ก็คณะดีกว่าม๊าง มันก็เลยรีบวิ่งไป จนได้เวลารถออกมันก็ยังไม่มา รออยู่คนเดว จนรถคันอื่นนี่เริ่มทยอยออกไปแล้ว เหอๆ จนต้องไปตาม เหอๆ ตอนนั่งรถก็ไม่มีไรมากท้ายรถคุย หน้าๆหลับ ผมก็อยากหลับแต่กลัวอันตรายจากการกระทำในยามวิกาล ก็มาถึงเกษตรกำแพงแสนประมาณ 10 โมงกว่า ก็มาอยู่ที่สวนปาล์ม มีการรวบรวมพันธุ์ปาล์มไว้อย่างมากมาย ก็เอากระเป๋าไปไว้ในห้องพักกระเป๋า และเข้าห้องประชุมเพื่อฟังชี้แจงและทำกิจกรรมละลายพฤติกรรมแหละน่อ เหอๆ ก็เสร็จแล้วก่อนกินข้าวก็ปล่อยให้ไปเอากระเป๋าเพื่อนำไปเก็บที่ห้องก็กรุ๊ปที่ได้ก็ห้องนึง 12 คนรัดสาด 9 นิติ 3 เหอๆรัดสาดปกล้วน ก็มี ไอ้เอก (เอกชัย) ไอ้เอก(ธีระ) ไอ้บอย ไอ้แบงค์ ไอ้โต๋ว ไอ้โอ ไอ้ศักดิ์ ไอ้ก้อง ไอ้ซัน นิติก็มี เอ แม๊ค บอมบ์ จากนั้นะมานั่งกินข้าวที่ห้องกินข้าว มื้อแรกไอ้แบงค์ซัดแหลก ต้องเติมกับและข้าวอย่างละสองสามครั้ง กินเสร็จมาเข้าฟังทำกิจกรรมต่อ มีพักเบรก และปล่อยตอน4 โมง ให้พักไอ้แบงค์ก็เข้าห้องน้ำ ที่เหลืออาบน้ำบ้าง ไอ้แบงค์เข้าห้องน้ำเพื่อไปขี้ จนได้ฉายาว่าแบงค์ระเบิดส้วม ด้วยที่มันเล่าให้ฟังเรื่องการไปขี่ที่การเข้าฝึก รด. ส่วนไอ้เอก(ธีร)ไปเล่นบาส ที่เหลือปิงปอง ไปยืมมาแถมยังทำลูกแตกอีก ตบกันซะลูกแตก - - เสร็จก็กินข้าวกินเป็นแร้งลง เติมแหลก และแดกหมดอย่างรวดเร็ว จากนั้นมาอาบน้ามและเข้าฟังและกิจกรรมช่วงกลางคืนหนุกดีเกมมันดี 555+ ก็ปล่อยก็มีสวดมนต์และปล่อยกลับห้องกลางคืนก็เปนอย่างที่คาดตีสลาฟยันเที่ยงคืน และเริ่มเข้านอนกัน แต่ก็เริ่มมีการทะเลาะเบาะแว้งขึ้นเรื่องการปิดไฟนอนกะเปิดไฟนอน บอยก็ว่าให้เปิดไฟไว้เพราะเด๋วมืดอันตรายๆคงลงจากเตียง (เตียงแบบสองชั้น) จะเหยียบพลาดตกลงมาหัวทิ่ม มันก็เลยสรุปว่าเปิดไฟนอน แต่หาได้หลับได้ดีไม่ ก็มีเหตุการณืที่น่ากลัวเกิดขึ้น นั่นคือ มีอะไรซักอย่างเดินไปเดินมาในห้อง เดินไปตามหัวเตียงขอบเตียงทุกเตียงและจ้องมองหน้าทุกคน และยังเข้าออก เสียงเปิดปิดประตูตลอดเวลา จนในตอนเช้าทุกคนต้องมาพูดกันเรื่องสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืน และจับผีตัวนั้นได้ นั่นคือ ไอ้โอ ที่ทำตัวเป็นยามไม่ยอมหลับยอมนอน เพราะกลัวเตียงที่สั่นไปสั่นมาเนื่องด้วยไอ้ศักดิ์นอนขยับตัวไปมา และเดินเข้าออกห้องน้ำบ่อย และกลัวผี เลยไม่ยอมนอน ไม่เข้าใจมานจริงๆเล้ย คนอื่นเค้าหลับหมดตื่นอยู่คนเดียวเดินเข้าๆออกๆไม่ยักจะกลัวผีแหะ ช่วงเช้าก็มีออกกำลังกายต้องตื่นแต่เช้า ก็เลยได้มาสูดอากาศยามเช้ากันทุกคน จากนั้นก็ไปอาบน้ามและหินอาหารเช้า ซึ่งเป็นข้าวต้ม และ ปาท่องโก๋ ขนมปัง +กาแฟ โอวันติน อืม ไม่ได้กินอาหารเช้าแบบนี้นานมากแระ ดีหน่อย จากนั้นเข้าเล่นเกมตามฐาน 5 ฐานหมั่ง เหอๆหนุกดี บางฐานก็อ่านะให้คิดอะไรซะลึกซึ้งเหลือเกินเหอๆ ใครจะคิดอออกฟะ เที่ยงกินข้าว แดกแหลก ช่วงบ่ายก็กิจกรรม+ฟังต่อจนเย็นก็ปล่อยก็กะไปตีปิงปองแต่ลูกมันแตกเลยมาตีสลาฟแทนเช่นเดิม  เย็นก็แดกแหลกเหมือนเดิม ช่วงกลางคืนก็สรุปพวกเกม และก็ชี้แจงกิจกรรมของอีกวัน และสวดมนต์ปล่อยกลับห้อง เด๋วมาต่อ - - มาถึงช่วงค่ำก็มีกิจกรรมใหม่เริ่มจากเพื่อนนิติของเรา ซึ่งไปฟังเรื่องผีๆมาตั้งกะเมื่อคืน ก็เลยนึกสนุกอยากฟังมั่งก็เลยให้เด็กนิติ คือ แม๊ค เล่าให้ฟัง ก็นั่งตรงเตียงที่ไอ้ซันนอน ส่วนไอ้โอ เป็นผีขอบเตียงตั้งกะเมื่อคืนเลยนอนตายที่เตียงไปแระ เหอๆ ก็นั่งฟังเรื่องมันหลายๆเรื่อง อ้อ ลืมบอกไปเลยไอ้เอก(ธีร) มันย้ายเตียงมันลงไปชั้นใต้ดิน เพราะมันว่าผมนอนดิ้นเตียงสั่นไปมา ก็เออ ตามบาย ช่วยมันยกฝูกลงมาปูให้มัน หลังจากที่ได้ฟังเรื่องผีซิสเตอร์ไอ้เอกก็ต้องเปลี่ยนใจไปนอนบนเตียงเหมือนเดิม ใครอยากรู้รายละเอียดเด๋วเล่าให้ฟัง เหอๆ พอตีหนึ่งมั้ง ก็เลยแยกย้ายกันเข้านอน แต่พอเค้าปิดไฟปั๊บ พี่ขอบเตียงก็ตื่นมาทันที และเริ่มก่อกวนสมาชิกห้องD10 ทันที เริ่มจากการเอาไฟฉายมาเปิดเล่น และเอาไฟส่องหน้าคนอื่น จนทำให้ไอ้ซันตื่น และโวยวาย เด๋วมาต่อ ไปนอน - - 
    
    
    November 05

    ลอยกระทง 2549

    ปีนี้ลอยกระทงม่ายค่อยได้เจอเพื่อนซักเท่าไหร่เลย รู้สึกเจอน้อยกว่าปีที่แล้วเยอะ คนปีนี้ไม่เยอะเท่าปีที่แล้วอ่ะนะ เหอๆ ปีนี้เลยได้ไปลอยกระทงก่าโอ๋แค่สองคนเท่านั้น หวานๆกัน คิคิ
    October 29

    หมดเวลา

            หลังจากผ่านช่วงกิจกรรมและการเรียนที่หนักหน่วง ช่วงปิดเทอมก็เป็นอีกเวลาหนึ่งที่ได้กลับบ้าน แต่ก็ยังไม่เว้นที่ต้องเจองาน คือได้ไปช่วยที่บ้านทาสีภายในบ้าน ทากันตั้ง 1 สัปดาห์แหนะหลายคนอาจคิดว่า ทาสีไม่ใช่งานที่หนัก บอยก็ว่างั้นถ้าเราได้ทาสีในครั้งแรก แต่นี่มันต้องซ่อมสีบ้านเก่าอ่ะดิทำให้เสียเวลาไปเยอะเลยทีเดียว ก็คงเหมือนกับการที่เราจะปลูกฝังสิ่งต่างๆให้กับเด็กซึ่งยังเป็นช่วงชีวิตใหม่เหมือนกับบ้านที่ผพึ่งฉาบปูน เราก็สามารถที่จะใส่อะไรลงไปก็ทำได้โดยง่าย มองในมุมกลับกันกับบ้านที่เคยทาสีไปแล้วสีที่มันไม่ดีก็ต้องขูดทิ้งแล้วต้องซ่อมโน่นซ่อมนี่ จึงจะใส่สิ่งใหม่ลงไปได้ยาก ก็เหมือนกับคนหัวโบราณคร่ำครึที่ไม่ยอมรับอะไรต่อมิอะไรโดยง่าย ต้องเปลี่ยนไปถึงสิ่งที่เค้ายึดมั่นเลยทีเดียวถึงจะยอมรับสิ่งใหม่ๆ คงเหมือนกับสำนวนไทยที่ว่า ไม้อ่อนดัดง่ายไม้แก้ดัดยากประมาณนั้นมั้ง 555+ พูดไปพูดมานอกเรื่องมาซะไกล จะว่าไปบอยก็ไม่ได้มาอัพสเปซตั้งนานเนอะ เหอๆแย่จริงเลย น่าสงสารเจ้าสเปซตัวนี้จัง ต่อไปนี้ก็จะพยายามมาอัพบ่อยๆละกันนะ แหะๆ อยากรู้จังว่าเพื่อนๆปิดเทอมทำไรกันมั่ง ก็เล่นกลับบ้านไปนี่ตกข่าวไปเยอะเรย แง้วๆ ปิดเทอมหมดแล้ว เวลาเรียนกลับมาหลายคนก็ว่าดีหลายคนก็ยังอยากหยุดก็ต่างจิตต่างใจกันไป บอยว่าเปิดเทอมก็ดีไปอย่างได้เจอเพื่อนๆสนุกสนานดี แต่ไม่ลำบากใจตอนสอบนี่แหละน้อ จะว่าไปเทอมที่ผ่านมาเกรดก็แย่จังฮะ เหอๆ ต้องปรับตัวใหม่ซะแล้ว เทอมนี้ก็คงชิวเรียนแค่ห้าตัวเอง เดิมทีจะลงสี่ตัว แต่โดนเพื่อนๆลากให้ไปเรียนกะพวกปีสาม เป็นวิชาในสาขากันเรยอ่า ก็อยากรู้จัว่าเวลาเรียนจะเป็นยังไง  เฮ้อ พรุ่งนี้เปิดเทอมแล้ว เร็วจังเลย เทอมนี้ก็ขอให้ทุกคนสู้ๆละกัน ไม่มีรายจะพูดแระ เหอๆ ปายแระ บั๊บบายงับ
    July 14

    ความหมาย

    เราอาจจะหาความหมายของทุกสิ่งมาตลอดชีวิต
    แล้ววันหนึ่งเราก็พบว่า
    เพียงแค่มีบางสิ่ง ชีวิตก็มีความหมายแล้ว
    มนุษย์เกิดขึ้นมาท่ามกลางความโดดเดี่ยว พร้อมด้วยหัวใจคนละ 1 ดวง
    เมื่อ มนุษย์ 2 คนมาพบกัน เราจึงเรียนรู้ว่า 1 + 1 อาจจะยัง คงเท่ากับ 1
    แต่ความโดดเดี่ยวนั้นหายไป ที่ เล็กๆ ขนาดไม่ใหญ่โตไปกว่ากำปั้น
    ที่ทำให้เราอยู่รวมกันบนโลกใบนี้อวัยวะที่สะกดด้วยอักษรง่ายๆ ใช้
    แทนคำว่า "รัก" ได้เป็นอย่างดี
    ความรัก ที่ประทับใจขอเก็บไว้ในใจแล้วอมยิ้มนะ
    ความรัก ที่ไม่ประทับใจขอเก็บไว้เป็นประสบการณ์
    ความรัก ที่ทำเพื่อผู้อื่นเป็นความภูมิใจแบบเก็บไว้เอง
    ความรัก ที่ทำเพื่อตัวเองนั่นไม่เรียกว่ารัก
    ความรัก ที่คุณเจอในอดีตขอให้เป็นความทรงจำที่แสนดี
    ความรัก ที่คุณเจอในปัจจุบันขอให้สมหวังกันทุกคน
    ความรัก ที่คุณจะเจอ ในอนาคตให้อธิษฐานกันเอาเองนะ
    "ถ้าอ๊อกซิเจนทำชีวิตนี้ดำรงอยู่ได้
    ความรักก็ทำให้การมีชีวิตนั้นมีความหมายมากยิ่งขึ้น"
    เคยมั้ยที่จะมี คุณเคยมีคนแบบนี้ที่ไม่ ใช่พ่อแม่พี่น้องหรือยัง?
    ตอบตัวเองให้ได้ว่าใคร
    เคยมั้ยที่จะมี...คนให้อภัยคุณทุกอย่าง
    เคยมั้ยที่จะมี...คนอยู่เคียงข้างคุณเวลาที่คุณเสียใจ
    เคยมั้ยที่จะมี...คนจดจำความเป็นคุณได้ทุกอย่าง
    เคยมั้ยที่จะมี...คนยอมเสียสิ่งที่รักเพื่อคุณ
    เคยมั้ยที่จะมี...คนเห็นคุณสำคัญกว่าเพื่อน
    เคยมั้ยที่จะมี...คนที่คุณอยู่ด้วยเฉย ๆ แล้วมีความสุข
    เคยมั้ยที่จะมี...คนที่มั่นใจในคำว่ารักของคุณ
    เคยมั้ยที่จะมี...ไม่อายเมื่อเดินข้างคุณ แม้คุณหน้าตาไม่ดีก็ตาม
    เคยมั้ยที่จะมี...คนที่ทนคุณได้ไม่ว่า คุณจะด่า จะว่า เค้ ายังไง
    เคยมั้ยที่จะมี...คนรับได้ในสิ่งที่คุณเป็นไม่ว่าจะมีคนมาว่าร้ายคุณยังไง
    เคยมั้ยที่จะมี...คนที่เห็นความผิดของคุณเป็นเรื่องน่ารัก
    เคยมั้ยที่จะมี...คนที่คุณอยากตื่นมาแล้วก็เจอกันสาส
    เคยมั้ยที่จะมี...คนที่คุณคิดถึงเค้า แม้ว่าคุณไม่เหงาก็ตาม
    เคยมั้ยที่จะมี...คนที่คุณคิดถึงคนแรก เมื่อคุณทุกข์ใจ
    เคยมั้ยที่จะมี...คนที่คุณรู้ว่า เค้าช่วยให้คุณสบายใจได้
    เคยมั้ยที่จะมี...คนแคร์คุณมากมาย ไม่ว่าคุณจะทำร้ายเค้า ยังไง
    เคยมั้ยที่จะมี...คนที่รับรู้ตัวตนที่แท้จริงของคุณ
    เคยมั้ยที่จะมี...คนที่ยังรักคุณแม้คุณไม่เห็นความสำคัญของเค้าเลย

    ถ้าคุณเคยมีเค้าคนนี้อยู่จริง คุณควรถนอมเค้าไว้ให้ดี
    ถ้าคุณสูญเสียเค้าไปคุณเองที่จะเป็นคนเสียใจ
    ความหมายของหัวใจ เราอาจจะหาความหมายของทุกสิ่งมาตลอดชีวิต
    แล้ววันหนึ่งเราก็พบว่า เพียงแค่มีบางสิ่ง ชีวิตก็มีความหมายแล้ว
    July 12

    เพ้อ

    เคยเหงาอยู่คนเดียว
    แต่ก็ยังมีเพื่อนอยู่เสมอ
    เค้าว่าเพื่อนไม่เคยจางหาย
    เพื่อนมีอยู่กับตัวเราเสมอ
    แต่คิดบ้างแล้วว่า
    เราก็อยากหาคนเข้าใจบ้าง
    คนที่เข้าใจมากกว่าเพื่อน
    ทุกวันนี้เข้าใจแล้ว
    เราเจอแล้ว และเข้าใจตัวเองมากขึ้น
    ให้เวลากับคนอื่นน้อยลง
    ให้เวลากับตัวเองมากขึ้น
     
    ช่วงนี้เป็นช่วงเวลาแห่งความสุขจริงๆ มีเรื่องให้ฟังได้ทุกวัน ขำๆอ่า ฟังเรื่องของหลายๆคน ในหลายๆมุม ปัญหาของแต่ละคน ช่วงนี้ก็มีเรื่องอะไรให้คิด และก็มีงาน การบ้าน ซะล้นมือ กิจกรรมก็แยะ แต่ก็พยายามไปให้ได้หมดอ่า เคยคิดว่าตัวเองทำมากซะเกินไปด้วยซ้ำ แต่ว่าความคิดในใจคืออยากจะช่วยเพื่อน อ่ะ เพื่อนไม่ได้ทำเราก็ทำแทนละกัน ถ้าไม่ได้ทำกันซะหมดงานก็คงไม่มีอ่ะ อยากให้มีกิจกรรมดีๆเหมือนปีก่อน
    เห็นน้องปีนี้แล้วย้อนดูตัวเอง ถึงกับใช้การเปรียบเทียบวัดระดับกัน เมื่อมายืน ณ จุดนี้ก็เข้าใจได้ว่าพี่รู้สึกต่อเราอย่างไร เหตุการณ์แบบนี้ไม่เจอโดยตรงกับตัวเองก็ไม่รู้สึกจริงๆนะเนี่ย ไม่พอใจเลยกับสิ่งที่น้องได้ทำ นั่นแสดงถึงว่าปีที่แล้วตัวเองก็คงแย่พอดู อยากให้น้องทุกคนพยายาม พี่มั่นใจว่ามันต้องทำได้ดีกว่านี้อีกเยอะอ่ะ พี่เหนื่อยน้องก็เหนื่อย
    June 14

    สิ่งใหม่ ชีวิตใหม่

    เปิดเทอมใหม่แล้ว
    ใส่เสื้อผ้าใหม่แล้ว
    เรียนวิชาใหม่แล้ว
    มีหนังสือใหม่แล้ว
    มีเพื่อนใหม่เพิ่มแล้ว
    ระบบการเรียนแบบใหม่เริ่มแล้ว
    มีน้องใหม่สิงห์32เข้ามาแล้ว
    มีน้องรหัสหน้าใหม่
    เริ่มกิจกรรมใหม่ๆ
    วิถีชิวิตใหม่ๆ
    การไปเที่ยวในที่ใหม่ๆ
    และโน๊ตบุ๊คใหม่ๆที่เพิ่งถอย
     
    ตั้งแต่เปิดเทอมมาก็เจออะไรใหม่ๆมากมาย
    ชีวิตเต็มไปด้วยประสบการณ์ใหม่ๆ การที่เราได้เจออะไรใหม่ๆ
    ก็ถือว่าเป็นการท้าทาย ในสิ่งที่ไม่เคยเจอมาก่อน
    กิจกรรมหนักๆก็ผ่านไป การเรียนหนักๆเข้ามาแทน
    อาจารย์ในภาคที่เคยเห็นหน้ามาก่อน ก็ได้มาเรียน
    อาจารย์ที่พี่เคยบอกว่าเป็นงี้เป็นงั้นก็ได้มาเจอของจริง
    เทอมนี้ยอมรับว่าเรียนหนักจริงๆ เครียดบ่อยๆ ก็มันมีเรื่องให้คิดมากนี่นา
    เรียนจีน เซคนึง 7 คนงี้ กดดันมากมาย เรียนกะอ.โกวิทย์ ก็อ่านะ อย่างที่คาดคิด
    เด๋วถ้าเรียนกะอ.นวลจันทร์ เมื่อไหร่นะ แย่แน่เลย ขอให้เทอมนี้ผ่านไปได้ด้วยดีเหอะ
    น้องรหัสตัวเองก็ยังไม่เจอ แย่ชะมัด เบอร์โทรก็ไม่ให้ แง่ง เด๋วตัดสายรหัสเลย
    ผมมีงานเยอะนะค๊าบ ไม่ค่อยได้โทรหาใคร จะมีโทรหาก็คนเดียวหน่ะแหละ
    ช่วงนี้ก็เที่ยวบ่อย ไปไหนมาไหนเรื่อยๆ วันหยุดก็ต้องออกนอกห้อง
    อยู่ในห้องก็อยู่หน้าคอม หน้าการบ้าน คัดจีน ทำอิ๊ง เขียนหลายๆอย่าง
    ทำงานในภาค และอื่นๆ ไม่ค่อยมีเวลาอย่างอื่นเลย ผ้าก็ไม่ค่อยมีเวลาไปซัก ปัจจุบันซักเครื่องแทนมือ
    รีดผ้าก็ยังไม่ได้รีด หาเวลาไปทำความสะอาดห้องตัวเองซะเกือบหมด เห้อ เหนื่อย
    แต่ก็ดีมีคนมาให้กำลังใจเสมอๆ อยากกลับบ้านจางเยย อยากไปเที่ยวทะเล
    ในใจก็ได้แต่คิดงั้น แต่ทุกวันๆก็มีความสุขแล้ว แม้จะกลับหอค่ำทุกวัน ก็เพราะได้สนิทกะพี่ๆเพื่อนๆมากขึ้น
    รู้อะไรในภาคเยอะแยะ มีอะไรสนุกๆให้ทำ ชีวิตมหาลัยเปิดกว้างเสียจริง
    ชอบนะที่ได้อยู่ที่กะเสด รักนะที่ได้อยู่ในภาครัดสาด
    ขอให้สิ่งใหม่ ชิวิตใหม่นี้ มีความสุข ขออุทิศเวลาตัวเองเพื่อคนอื่น และให้คนสำคัญ
     
    สุดท้ายถึงน้องปีหนึ่ง และ คนดูดรูปทั้งหลาย รูปก็เชิญดูดดันตามสบายนะงับ
    น้องปีหนึ่งเพื่อนเป็นสิ่งสำคัญ การเรียนเป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน สังคมคือการอยู่ร่วมกัน
    เราอยู่ร่วมกันน้องพี่ เพื่อนพ้อง การปรับตัวเข้าหากันเป็นสิ่งดี กะเสดมีสิ่งนี้ เราจึงรักกัน
     
    ถึงน้องรหัส น้องเบส JA น้องนพพร(ชื่อเล่นจำไม่ได้แย้ว) Pub-Ad น้องเทค น้องพลอย ปกครอง
    มาเอาหนังสือจากพี่ด้วยคร๊าบ พี่รหัสคนนี้จาพาน้องไปเลี้ยงรหัสด้วย ถ้าน้องเทคไม่มีพี่พาไปเลี้ยง
    ไปกินพร้อมพี่ก็ได้นะ หนังสือถ้าไม่มีอีก คงต้องหารสาม แน่ ด้วยความคิดถึงอยากเจอหน้าน้องทุกคน
     
    May 29

    งานสัมภาษณ์+รับน้อง

    เนื่องด้วยเป็นเหตุการณ์สำคัญของปีสองที่ควรจดจำขณะอยู่ในรั้วของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ ช่วงปลายเดือนนรก
    เริ่มด้วย
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2549
    วันนี้ไอ้ต้อมจามานอนค้างที่หอ ก็ตื่นมาตอนประมาณ 9 โมงได้ ดันตื่นเร็ว ตื่นมาก็อาบน้ำ แปรงฟัน แต่งตัวแล้วก็ออกไปมหาลัย ด้วยความเดิมที่เมื่อคืนมีน้องโทรมาให้ช่วยพาไปสมัครรัดสาดภาคเป ก็เลยต้องมาอยู่แล้ว มาถึงมหาลัยตอน 11 โมง ก็โทรไปตามโอ๋ว่าจะไปดูหนังรึเปล่า เพราะเปนโปรแกรมหลักที่กะจะทำในวันนี้ ก็อ่ะนะยังไม่แน่ใจกันเรยเพราะเป้cancelไปแล้วเลยโทรไปหาเอกว่าจะไปเป่า ก็สรุปว่าไม่ไป เออ ง่ายเนอะ ก็รอที่มหาลัยซักพักน้องก็โทรมา ให้ไปรับที่ประตูหน้าปั้มCaltexก็นึกเลยว่าเป็นงาม 2 แน่ ก็เลยฝากกระเป๋าแล้วเดินจ้ำๆไป เดินนานพอควร ก็มาถึงงาม 2 น้องก็ยืนรอกันแร้วก็ทักทายแล้วก็คุยสัพเพเหระ น้องมากันกับเพื่อนอีกคน น้องที่โทรมาหาคือน้องจิ๊บ และอีกคนคือน้องแอร์ อืม ก็พาเดินมาถึงคณะแล้วก็บอกจุดสมัครให้แล้วก็แยกไปรับงานจากพี่แอมแล้วก็คุยก่าพี่ๆอืม จนน้องเค้าสมัครเสร็จเลยพาไปกินข้าวที่บาร์ใหม่ ก็ไปเจอโอ๋ซะงั้น ทั้งๆที่บอกจาไม่มามหาลัยเหอๆ หลอกกันซะงั้น ก็เลยดึงมากินข้าวพร้อมน้องๆ น้องเค้าก็จาไปที่ม.กรุงเทพ ที่กล้วยน้ำไทย ก็เลยแนะนำเส้นทางไปแล้วพาไปส่งที่ป้ายรถเมล์หน้ามหาลัย จากนั้นก็เลยโทรหาโอ๋อีกทีว่าอยู่ไหน เหนบอกว่าไปดูเกรดว่าออกยังเหนจาได้ ก็เลยเดินกลับไปที่คณะ แล้วโอ๋ก็ชวนให้ไปถ่ายรูปในมหาลัย ก็เลย เออๆ ไปก็ไป เพราะจาเอามาลงเว็บสิงห์อยู่แระ ก็ถ่ายตั้งแต่คณะ มาเรื่อย เจอไอ้หยกบนตะลัย มันตะโกนทักมา ก็เหอๆ ยังไม่อารายมาก ไปจนถึงเสดสาดแระ เจอพี่หมอกับก๊วนแก๊ง อีก เง้ออารายจาขนาดน๊านค๊าบบบบ เจอกันแบบนี้บ่อยๆผมก็แย่สิ เข้าใจกันไปต่างๆนานา เลยเดินไปพักเหนื่อยหน้า KU BOOK จากนั้นก็เลยชวนกันมาที่ศูนย์ไอที แล้วก็นั่งเล่นคอมกันเรื่อยเปื่อยจนถึงเกือบเย็น โทรไปหาไอ้ต้อมเช๊คว่ามันทำงานถึงไหนแล้ว มานก็บอกว่าให้กลับไปรอที่หอก่อนก็ได้ เลย เออๆ จิงๆจามาช่วยทำคัท อย่างน้อยแวะไปหามันก็ยังดี ก็ไปช่วยทำนิดหน่อยถึงหัวค่ำ ก็ฝนตก ฝนหยุดตกก็พากันออกมากินข้าวที่ครัวริมทางหน้าประตูงาม1 กินกันเสร็จก็แยกย้ายกันกลับ ก่อนกลับก็ต้องไปยืนส่งโอ๋ บอยกลับหอพร้อมไอ้ต้อม ที่มานจะมาค้างเพราะพรุ่งนี้ต้องไปถึงมหาลัยแต่เช้า ที่ห้องอากาศร้อนมาก ไอ้ต้อมง่วงจัด เลยไม่ได้เล่นเอ็ม ช่วงกลางคืนก็เลยรู้จักน้องปี1 มาสองคน คือน้องโอ๋ กะน้องอ๊อดหัวทอง(ซิ่ว) ก็นอนตี2มั้ง ดูทีวีไปด้วย
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2549
    ตื่นมาแต่ 6 โมงเช้า ง่วงมากกก ไม่มีคนตื่นมากดปิดนาฬิกาปลุกซักกาคน ไปมหาลัยพร้อมไอ้ต้อมตั้งแต่ 7 โมงเช้า มาเตรียยมงานรับสัมภาษณ์น้องปี1 งานยุ่งวุ่นวายตั้งแต่เช้าจนเที่ยง พวกเราทำงานกันอย่างแข็งขัน ช่วงเช้าก็เกิดมีปัญหาการลงทะเบียนอีกเล่นเอาเกือบแย่เลยทีเดียวเพราะรอบบอย บอยลงได้แค่ 2 ตัว หลายคนก็แย่มาก ไอ้ธนาคารแม่งแย่มาก ส่งชื่อerrorหาว่าไม่ได้จ่ายตังซะงั้นไปลงทะเบียนที่คอมบาสกะโอ๋มาตั้งแต่ 10 -11 โมง น่าเบื่อมาก ช่วงบ่ายก็เตรียมงานจัดซุ้มกันเสร็จก็ปาไป 2 ทุ่ม(ยังเหลือส่วนไม่เสร็จ)ไอ้ต้อมกลับมาหลังจากบอยถึงหอได้ไม่นานนัก จากนั้นไอ้บาสก็กลับมา ด้วยสีหน้าสลึมหลือ แต่กว่าจะได้นอนกันก็ปาไปตีสอง
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2549
    ตื่น 6 โมงเช้าอีกเช่นเคย วันนี้ออกไปกันเช้าหน่อยนัดไอ้เอกไว้แต่เมื่อวาน ว่าให้มาเช้าหน่อย มาช่วยกันจัดซุ้ม มาถึงก็เริ่มทำส่วนหลังคากันเลย ทำกัน 3 คนนั่นแหละ เพราะเช้ามากยังไม่ค่อยมีใครมา บอยชอบบรรยากาศตอนเช้าของที่มหาลัยมาก สดชื่นกลางกรุงมาก อากาศดี ก็มาช่วยกวาดลานคณะต่อ แล้วก็ไป7-11 ไปเจอพี่จุ้ยแบกถังน้ำไปให้น้องๆก็เลยช่วยขนน้ำ มาถึงที่คณะอีกทีน้องมากันเยอะแล้ว ก็ไปช่วยผ่ายทะเบียน ไปช่วยซุ้ม มาถ่ายรูป ดูน้องทำกิจกรรม ดูพวกสันทนาการ สนุกสนานดี เปนสันที่ยาวนานที่สุดที่เคยเห็น ไอ้ต้อมเก่งเจงๆ ยอมรับมานมาก ช่วงกินข้าว ก็ได้กินข้าวก่าไข่ต้ม เห้อไม่อิ่มเรย พอเข้าตามฐานแล้วก็ มีกิจกรรมที่ซุ้มเลอะๆ แล้วก็พ่อหมอ อืมๆ ก็หนุกดี ได้แกล้งน้องบ้าง เอาหนุกๆไม่รุนแรงมาก เทียบก่าปีที่แร้ว ปีที่แล้วเละก่านี้เยอะ จำได้เลยว่าสีติดตัวเปนสัปดาห์ๆ ได้เจอน้องๆรัดสาดมากมาย ได้มาทำกิจกรรมนะตรงจุดนี้เองแล้ว ทำให้ได้รู้อะไรในหลายๆอย่างมากขึ้น ว่าความรุ้สึกน้องเปนย่างไรมั่ง เหอๆ พี่ก็ขอโทดน้องๆด้วยนะคร๊าบบางที่พี่พูดดังปายขอโทดด้วยนะคร๊าบต้องการให้น้องได้ยินเท่านั้นเอง เพราะในซุ้มมันค่อนข้างเสียงดัง แต่รับน้องคณะไม่ค่อยประทับใจในหลายๆอย่างเหมือนกาน แต่ไม่ขอพูดดีกว่า เพราะพูดไปก็ไม่มีประโยชน์อาจเกิดโทษอีกต่างหาก ส่วนูปก็ไม่ได้ลงซักทีมีปัญหากะคอมซะทุกที เย็นนี้กลับมานอนคนเดว ไม่มีคนอยู่ห้องเรย ก็สบายดีแต่ไม่มีคอมเล่นนี่ซิปัญหา เลยต้องไปเล่นที่ร้าน ก็คุยเอ็มกันสนั่น แล้วบอยก็ออกมาจากร้านตอนเกือบตี1 เหอๆแล้วก็มานอน
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2549
    วันว่างเว้นให้ 1 วัน ก็เลยอยากไปเที่ยวชวนโอ๋เหมือนเดิม ว่าจะไปเมืองทอง ก็เลยมาที่มหาลัยกันก่อน โอ๋โทรมาปลุก อืมก็เลยตื่น เหอๆ ก็กะจะไปหอสมุดซักแป๊ป รอคุณเป้ หอสมุดปิด ไอที ก็ปิด เลยไปนั่งเล่นหน้าไอทีก็เจอไอ้แบงค์ มันบอกจามาซ้อมพี่กลุ่ม มันไม่รุ้ว่าวันเลื่อนซะงั้น เลยได้นั่งสนทนาซักพัก ไอ้แบงค์ก็กลับ บอยกะโอ๋เลยไปนั่งเล่นคอมที่ร้านแทน รอคุณเป้ เล่นได้ยังไม่ถึง 20 นาทีคุณเป้ก็มา ก็ไปเมืองทองกาน ไปถึงงานก็มึนๆประมาณว่าไม่ได้มานานแล้ววว ก็ไปเที่ยวกานได้เหอๆ ทามปายได้ เดินไปหลายhallมากเริ่มจากอาคารchallengerเดินไปเรื่อยดูวีดีทัศน์ด้วยก็เดินไปถึงhallแสดงภาพฝีพระหัตถ์ก็ชิ่งหนีกลับไปก่อนซะงั้น บอยก่าโอ๋เลยเดินกันสองคนอีก เหอๆ ก็เดินจนจบchalengerก็มาดูสวนสนาม แล้วก็เข้าไปอีกอาคารนึงก็เดินไปเจอพี่บุญ พี่ดะ อีกซะงั้น เกินคาด เหอๆ เข้าใจกานต่างๆนานาอีก เหอๆ ก็เดินจนจบ ก็สรุปว่าออกมาฝนตกคับเหอๆ ก็ขึ้นแท๊กกลับมาเหมือนเดิมมากินข้าวที่ครัวริมทาง ก็มาเจอพี่โน๊ตกะนายพ้งกี้อีก เหอๆ เอาเข้าไปกุ กินเสร็จกะกลับมางีบก็ไม่ได้งีบอีก มาดูทีวีซะงั้น แล้วก็ ไปโฟ่เอ็มกับพี่ๆเพื่อนๆน้องๆต่อ แล้วก็เข้านอน
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2549
    วันสัมภาษณ์น้องภาคเป ตื่นแต่เช้าอีกแล้วกุ วันนี้รุ้สึกได้เลยว่าหวัดแดก เหอๆน้ำมูกไหลแต่เช้า ถ้าทางพลังงานจะหมดแต่เช้า ตื่นเช้านอนดึก ทำงานหลายอย่าง และหลายวัน ไอ้ต้อมบอกให้มา 7 โมง มะปรางก็บอก 7โมง เลยต้องมาตั้งแต่ 7 โมง มาก็เจอมะปรางกะกอล์ฟ อืม โชคดีที่มีคนมาเหอๆ ไม่งั้นมาแหง่วคนเดียวอีก เซงหว่ะ โดนให้มาเช้าอีกแล้ว(ในใจ) ก็เต็มใจมาช่วยอ่ะนะ ก็เริ่มงานตั้งแต่ 8 โมงเช้านี่นา น้องภาคเปก็มาเยอะด้วย อีกอย่างน้องจังหวัดที่ผมรู้จักก็เข้าภาคเป อยู่สำรอง ได้คนสุดท้ายพอดีเลย เฮงมากมาย เหอๆ กว่าจะเสร็จปาไปบ่าย 3 โมง เออ เลยไปนั่งเล่นคอมกะเอารูปลง ก็ลงไม่ได้ เซงหว่ะ ช่วงเย็นก็กินข้าวก่าพวกพี่หมอ กลางคืนกะจาเล่นเอ็มนอนเพลินเลยนาฬิกาปลุกก็ละเมอลุกมาปิด เหอๆ สรุปคืนนั้นไม่ได้เล่นเอ็มเนื่องจากป่วย เหอๆ
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2549
    นัดก่าพี่หมอไว้ว่าจะไปดูหนังกัน ก็ไปเจอกันที่เมเจอร์ตอน 11 โมง ไปนั่งรอกันที่เชสเตอร์กิลล์ แล้วไปกินข้าวต่อที่KFCหลังจากท้องอิ่ม จึงได้เวลาไปดูX-MEN3 หนุกดีหว่ะ แต่ตอนให้รอบทสรุปตอนท้ายนี่รอนานโคด ฉายให้ดู 3 วิ เวร ดีที่ใหม่อธิบายให้ฟังเลยเข้าใจว่ามันหมายถึงอะไร หลังจากดูหนังก็กลับมาที่คณะ ก่อนไปตีแบด ตีแบดตั้งแต่ 4 โมงเย็นถึง 6 โมง เหนื่อยมาก เหงื่อเต็มตัวเลย กะว่าให้เป็นหวัดหายไปเลย กลับมากินข้าว ทำงานต่อ ส่งรูปให้พี่แอม นอนเที่ยงคืน สรุปนอนตายไปเลย
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2549
    ตื่นเช้ามากะไปช่วยพี่โน๊ตไปขายเสื้อ ไปเจอไอ้ป้ำบนตะลัยพอดี เลยไปกินข้าวเที่ยงกันที่บาร์ใหม่ แล้วกะแวะมาดูที่อาคารจักร เผื่อเจอพี่ดน๊ต สรุปว่าไม่เจอซะงั้น พี่โน๊ตอยู่สถานพยาบาลเนื่องด้วยร่างกายทรุดโทรม ป่วยทั้งใจและกาย ก็เริ่มด้วยการประชุมสโม ที่ห่างเหินมาแสนนาน แล้วก็รอแจกไทค์ขายเสื้อให้กับน้องๆ เสร็จเย็นกินข้าว แล้วกลับหอมาออนเอ็มและส่งงาน
     
    สิ้นสุดปลายเดือนนรก
    May 22

    Rainy Day

      ***Rainy Day*** 
        อ่าน๊า กลับมาอัพกันซะที มันก็ไม่ค่อยมีเรื่องไรจาเล่าหรอก พักนี้ก็เปนอารายที่ยุ่งๆหลังจากสอบเสร็จ ก็คือการที่เป้จามาอยู่หอพักเสียที อ่าน๊ะเพื่อนเราจามาอยู่หอพักซะทีก็ต้องช่วยกานหน่อยเป้ก็แลจาเห็นเปนเรื่องใหญ่มากมาย เท่าที่ฟังมา ช่างขยันในเรื่องหาหอพักเสียจริง ก็เท่าทีดูก็คงให้เป้อยู่ที่ประตูงาม 1 นี่แหละ เพราะพอดูแลได้ มั้ง อ่ะนะ ก็ไปช่วยเป้ดูหอมาอ่ะแหละ หลังจากที่สอบเสร็จ
       สอบก็ยากซะเจงงงง ก็ไปเดินก่าเป้แหละ ก็เดินดูเฉพาะหอที่เราเคยเหน และหอสรร้างใหม่ดูแป๊ปเดว ด้วยไอ้ที่เราเองก็จะรีบกลับบ้าน และแล้วพอดูกันเสร็จก็ รีบมาเก็บของเพื่อกลับบ้าน ไปถึงที่หมอชิตก็ทันเวลาพอดี ตั๋วรอบ 4 โมงเย็นเหลือ 1 ที่พอ โชคดดีมาก แต่มันนั่งหลังรถเรยอ่า แย่จัง ขึ้นมาก็รีบหลับเรยจาได้ไม่เบื่อมาก เปิดเพลงยัดใส่หูตัวเอง แล้วก็หลับไป ซักพักมีคนโทรเข้ามา ดูเบอร์ก็ เบอร์ใครวะ รับๆไป เปนกรุ๊ปโทรมา โทรมาหาบอยและ แต่มานมึน มานจะโทรหาอีกบอยนึงต่างหากแต่มานโทรมาผิด ก็ฮาไป ก็เรย หลับอีกงีบ ก็โทรมาอีกรายเนี่ย สรุปเป้โทรมา โทรมาคุยเรื่องหาก็รายได้อันน้อยนิด อยากจะหางานทำว่างั้น ไอ้เราก็แนะๆไป เปนอานว่าเข้าใจ ก็นอนซักแป๊ป ในรถก็เปิดทีวีอีก ตอนแรกนึกว่าจาเปนแบบmvลูกทุ่งซะอีก แต่มานเปนบางรักซอย 9 อ่าตอนของปีที่แล้ว เหอๆ ก็ดูแป๊ปนึง เบื่อเพระไม่ค่อยได้ยินเสียงเลยโทรไปหาโอ๋ คุยเรื่อยเปื่อยซักพัก ก็เข้าเขตจังหวัดจันแระ ก็เรยนั่งดูให้มันจบๆไป
        ก็ถึงบ้านประมาณ 2 ทุ่ม ถึงเร็วมาก รถเหยียบแบบตีนผีค่อยซะใจหน่อย พ่อก็มารับกลับบ้าน แหะๆถึงบ้านก็กินๆๆ แล้วก็ดูทีวีนอน ชีวิตก็เปนแบบนี้แทบทุกวัน วันรุ่งขึ้นก็ไปเดินเรื่องหลายอย่างเรย เรื่องโทรศัพท์เอย ฝากเงินเอย โอนเงินเอย อืม ก็ขี่รถมอไซค์ที่เพิ่งซ่อมเสร็จอย่างเมามัน และตากแดดอีกต่างหาก เหอๆ แต่มานก็หนุกดีนะ ไม่ได้ขี่ตั้งนาน ช่วงเย็นก็ไปเที่ยววัดเขาสุกิมอ่ะ วัดขึ้นชื่อวันนึงของจังหวัด ที่นี่มีอะไรน่าดูมากมายเรยใครมาดูต้องติดใจแน่ กลับบ้านมาก็กินข้าว ดูทีวี นอน เหอๆ ไม่มีไรเร้ยยย วันถัดมาก็ฝนตก ตกมากมาย ตกซะทุกวัน ความหวังที่จะทำเสื้อเพ้นท์ก็ไม่ได้ทำ เพราะอาคิลิค ที่ซื้อมาไม่ติดผ้าซะงั้น เซงไป แต่ภาษาจีนก็ได้ทวนอ่ะดีใจมากมาย ทวนจนจำได้ คืนวันที่ 21 ฝนตกหนักไฟดับ ก็ได้ถ่ายภาพสวยๆหลายภาพ 555+ สุขใจ ชอบภาพถ่ายตอนกลางคืนที่มีแสงเทียนมาก เพราะภาพที่ออกมาสวยจับใจ แหะๆ - -
        จนกระทั่งวันนี้ นั่งรถทัวร์ขึ้นมากรุงเทพ รถงี้โล่งเรย แต่ว่าตอนนั่งมาที่ขึ้นรถอ่า รำคาญตำรวจจราจรมากเลย มานปล่อยรถกวนตีนอ่า มานเล่นปล่อยที่ละข้างให้รถหมด งี้มานก็รอนานซิฟะ เอ้อ คนยิ่งรีบๆ ปั๊ดเหนี่ยว ไปถึงก็เฮ้อ รถมาช้าอีก สงสัยติดไอ้จราจรนั่นเหมือนกาน ทำให้มาถึงกรุงเทพอย่างเลท และไม่ได้กินข้าวเที่ยงอีกต่างหาก วันนี้ก็ประชุมอ่ะเหมือนเดิม ชิวๆ สบาย อยากเห็นวันทำงานจริงๆอ่ะว่าจะเปนงัย เฮ้อ พรุ่งนี้ก็ว่างอีก สงสัยต้องหาอารายทำแล้วหล่ะ -*-
    April 29

    A scoop in website

    In Scoop ในหน้าของข่าวพิเศษในเว็บสิงห์เขียวของเรา
    freshy หน้าใส - น้องปี1หน้าใส ที่พี่ๆม่ายเกี่ยว แนะนำน้องให้เพื่อนๆและพี่ๆรุ้จัก
    Singha Birthday - วันเกิดเหล่าสิงห์ ไม่ว่าจะสิงห์เล็กสิงห์ใหญ่ ก็จาได้รุ้อายุกันซะที
    สารจากเจ้าากรมข่าวลือ - ข่างลื๊อข่าวลือ ขอให้เจ้ากรมเมาท์ให้สนุกปาก จะจริงหรือไม่จริงต้องพิจสูจน์กัน
    ดาวเด่น - ไม่ว่าจะเด่นอะไร ถ้าเรารุ้ เราจะงัดคุณให้เปนที่รุ้จัก
    รับน้อง - รวมประสบการณ์ขำๆ ในงานรับน้องฮาๆ
    พี่สอนน้อง - บทความดีๆที่น้องๆควรอ่าน พี่เค้าเต็มใจสอน
    กิจกรรมสำคัญ - รวมกิจกรรมสำคัญที่ดี และทุกควรมีส่วนร่วม
    Meeting - มีทติ้งกัน จะพี่น้อง เพื่อนฝูง เลี้ยงสาย บ่าย ค่ำ เช้า เราจัดมาไว้แล้ว
    บุคคลสำคัญ - อาจไม่ใช่บุคคลสำคัญของโลก แต่เค้าเป็นบุคคลสำคัญของรัดสาด ที่เราควรรู้จัก
    Tipsการเรียน - การเรียนจะง่ายขึ้นถ้าได้ทิปเข้าช่วย
    Tipsการลงรายวิชา - พี่แนะการลงเรียนแต่ละวิชา เรียนกะใคร เรียนยังไง ได้ เอ!!!
    พี่ชววยน้องหาหนังสือ ชีท แล๊คเชอร์ งาน ข้อสอบ - ก็บอกแล้วว่าพี่ช่วย แต่จะช่วยเท่าที่ทำได้นะ
    หนังสือพิมพ์ - หนังสือพิมพ์รัดสาด รวมหนังสือพิมพ์รัดสาดทุกฉบับ
    ร้านอาหารแนะนำ - ร้านนี้เด็ด ร้านนี้อร่อย ที่สำคัญถ้ามีคนเลี้ยงก็คงจาดี
    ตารางสอบรามฯ - เรียนราม ก็มีตารางสอบให้ เรารุ้ว่าหลายคนเรียน
    ตารางสอบเกษตร - ตารางสอบกะเสด ของมันชัวร์
     
    scoop ที่คาดหวังในอนาคต
    การสืบสายรหัส - ตามล่าสืบโคดเหง้ารหัส โปรเจกนี้ยิ่งใหญ่เหลือแสน
    พี่ช่วยน้องหางาน - จบไปพี่ช่วยหางานให้น้อง
    หางานพิเศษทำช่วงปิดเทอม - ปิดเทอมมีงานรัยน่าทำ หาเงินค่าขนมให้ตัวเอง
     
     
     
     
    April 26

    ทะเล

    ~*รักกันแบบทะเล*~
     
    ความรักของบางคน อาจไม่อ่อนหวาน
    แต่ะมีความรักของใครบ้าง ที่ไม่อ่อนไหว
    จะมีใครบ้างที่ไม่เคยอมยิ้มคนเดียวเพราะความรัก
    และจะไม่มีใครบ้างที่ความรักไม่เคยทำให้ร้องไห้แม้แต่ครั้งเดียว
     
    หลายคนจึงบอกว่า
    ความรักเป็นเหมือนทะเล
    มีเวลาที่นิ่งสงบ มีเวลาที่คลื่นลมแรง
    มีเวลาที่สวยงาม และมีเวลาที่น่ากลัว
    แต่ถึงอย่างไร ใครต่อใครก็ยังอยากไปทะเล
    และเช่นกัน ไม่ว่าจะอย่างไร ใครต่อใครก็ยังอยากจะมีความรัก
    แม้รักจะทำให้หลับไปทั้งน้ำตาของความเสียใจ
     
    แล้วจะรักแบบไหน??? ให้พอดีในความอ่อนไหว
    ไม่จืดชืดเย็นชาจนน่าเบื่อ ขณะเดียวกันก็มีความมั่นคงในใจ
    คำตอบที่มีให้ คือให้รักกันแบบทะเล
     
    โดยห่วงใยกันให้มากเท่ากับเม็ดทราย
    ให้อภัยกันให้ได้ เหมือนที่ทะเลไม่เคยโกรธเกลียวคลื่น ไม่ว่าคลื่นจะโหมกระหน่ำรุนแรงแค่ไหน
    ในบางครั้งที่ต้องห่างไกล หัวใจก็ต้องคงมั่นได้เหมือนโขดหิน ไม่เปลี่ยนใจง่าย ไม่อ่อนไหวไปรักคนอื่น
    ให้ความอิสระ เหมือนอย่างที่นกทะเลต้องการจากท้องฟ้า อย่ากักขังคนรักไม่ให้คบกับเพื่อน ไม่ให้ไปไหนทั้งนั้น
    ความผุกพันไม่ใช่คุก ถึงจะคบกันแล้วก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องสบตาฉันคนเดียวเท่านั้น
    และไม่ทำตัวเป็นเจ้าของหรือออกฏหมายบังคับอีกคน เพราะทะเลก็ยังไม่เคยครอบครองปลา
     
    แล้วความรักที่แม้จะดูอ่อนไหวและแปรปรวน
    ก็จะเป็นความรักที่มีอยู่นาน เช่นเดียวกับที่ทะเลมีอยู่บนโลกนี้
    March 29

    ปลูกต้นคิดส์ครั้งที่ 5

    เรื่องเล่าครั้งไปค่าย
    ค่ายปลูกต้นคิดส์ครั้งที่ 5
    ณ โรงเรียนบ้านป่ากล้วย

     
    1 วันก่อนไปค่าย
    วันที่ 19 มีนาคม 2549


    หลังจากที่ตัดสินใจจะไปซื้อของที่พันทิพย์ หลังจากที่ได้นัดแนะกับไอ้เอกไปแล้ว ก็ตื่นตามเวลาปกติซัก 10 โมงได้มั้ง ก็ทำกิจวัตรยามเช้า แล้วก็นั่งเล่นคอมรอเอก รอไม่นานมันก็มา ก็เตรีมตังแล้วก็ออกเดินทางกัน ก็ไปรอญูโร 522 ซักครึ่งชั่วโมงได้เวลารอรถที่ไรมันจะมาช้าทุกทีเพื่อนๆว่างั้นไม๊คับ ไอ้ที่ไม่ตั้งใจจะมารอสายนี้สายนั้นมันกับมาเร๊วเรว ก็ไปถึงอนุชัย(อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ)ก็ราว 11 โมงกว่าได้ ก็ดุ่มๆไปหารถไปจำไม่ได้เหมือนกันว่าสายไหน เหอๆก็ถามคร่าวๆมาจากไอ้บาสแล้วประมาณว่ามาขึ้นที่แถวนี้สายนี้ถึงพันทิพย์แน่นอน ก็จัดการขึ้นเรยในทันทีก็ถึงพันทิพย์ซักเที่ยงกว่าๆเหนจาได้มั้ง เป้าหมายในวันนี้คือ เริ่มจากของบอยซื้อเมมกล้อง 1 จิ๊ก + ขาตั้งกล้อง ส่วนเอกเดินดูราคาcreative muvo 200 ที่จาเอามาใช้เป็นสื่อการเรียนการสอนของมานอ่ะนะ บอยก็ไปศูนย์ที่ซื้อกล้องก่อนเรย ก็อยากรู้ว่ากล้องจาใช้กับเมม 1 จิ๊กแบบไฮสปีดได้เปล่าก็แค่ถามอ่ะแหละ ไม่ได้ตั้งใจจะซื้อที่นี่อยู่แล้วเพราะว่ามันแพงมากเลยจอร์จ ก็ถามไปถามมาก็เค้าให้ลองเลย ปรากฏว่ามันก็ใช้ได้นะ แต่บอยไม่ซื้ออยู่แล้วหล่ะด้วยความคิดแจ๋วๆปรากฏเพื่อไม่ให้เกิดความน่าเกลี่ยดก็ถามเรื่องฟิลม์กันรอยไปด้วย ก็เรยเสียตังติดฟิลม์กันรอยเพิ่มไป แล้วก็เดินตะเวนทั่วพันทิพย์โดยเฉพาะชั้นสองกับชั้นสาม จนได้ของครบถ้วนก็ออกมาประมาณบ่าย 3 ขึ้นรถไฟฟ้าที่ราชเทวี มาอนุชัย แล้วก็มากินข้าวมันไก่ที่เอกมานแนะนำ อร่อยดีอ่ะ จากนั้นก็มาขึ้น 522 แล้วก็มาถึงกะเสดซัก บ่าย 4 ก่าๆ ก็แยกย้ายกันกลับหอ บอยก็เริ่มเล่นของใหม่เลยโดยเฉพาะขาตั้งกล้อง ก็อ่ะนะเปนดั่งที่คิดไว้เรยถูกใจมากมาย ก็มานั่งเล่นคอมต่อ ไอ้ศักดิ์ก็ชวนไปกินข้าวหน้าหอมันก็ปาย ไปนั่งกินกะพวกศักดิ์ ก้อง หล้า เอก อ่ะนะ ก็กินกันเสร็จก็ตกลงกันแล้วว่าจะมาที่หอของบอย มาก็อ่ะนะนั่งเล่นไพ่กัน บอยก็จัดของ จัดขอวเสร็จก็ไปนั่งเลานกะพวกมานแหละเล่นกันบาวเรย บอยเล่นถึงตีสาม ก็ม่ายหวายนอนไปงีบนึงปล่อยให้พวกนั้นมันเล่นต่อพวกนั้นมันเล่นต่อไปอีกซัก ชม. นึงมั้ง ก็ปลุกบอยแล้วขอตัวกลับ บอยก็ไปตั้งนาฬิกาแล้วก็นอนหลับ


    วันไปค่าย
    วันที่ 20 มีนาคม 2549


    นาฬิกาปลุก เอ้ยไม่ใช่สิมือถือปลุก 6.30 น. อันดับแรกเปิดทีวีเรย แล้วก็อาบน้ำแปรงงฟันแต่งตัว แล้วก็ตรวจตราของอีกรอบเปนอันว่าเรียบร้อยก็มาที่มหาลัตอน 7 โมงครึ่ง เดินข้ามถนนป๊าป โทรศัพท์ดังเรย โอ๋โทรมานั่นเอง โทรมาถามว่าถึงไหนแล้ว ตอนนี้รออยู่ที่ปั๊มน้ำมัน ยังไม่มีใครมาถึงเลย อ่ะนะ ก็ตอบไปว่าคงกำลังมากันมั้ง ก็เลยบอกว่าจะรีบไปละกันอยู่หน้างาม 1 แล้ววางสายก็รีบจ้ำขา ไปถึงโดยเร็วแต่มานก็ไกลใช่ย่อยนะเนี่ย เล่นเอาเหนื่อย ก็มาถึงปั๊ม ปรากฏว่าเจอโอ๋นั่งอยู่คนเดียว ก็เลยนั่งพักกะคุยเรื่อยเปื่อยซักพัก แล้วก็ตกลงกันว่าไปที่คณะเหอะ คงอยู่ที่คณะกัน ก็เปนอย่างที่พูด เหอๆ พี่ไม่ยอมบอกว่ามาเจอที่คณะก่อน รู้สึกเซ.อย่างแรง เพื่อนและพี่ๆก็มากันเยอะและของกองเต็มไปหมดเลย ก็นั่งคุยกะรอเพื่อนๆพี่ๆซักพัก พี่ก็ให้ไปช่วยกันขนของขึ้นรถทัวร์ที่จอดตรงพุทธเกษตร ขนกันคนละหลายรอบเสร็จก็ตั้ง 9.30 ได้รถถึงออก บอยก็นั่งกะไอ้ทอม เป้กะโอ๋ นั่งอยู่หน้า หลังนี่ไอ้เอกกะเฟม ก็เริ่มเล่นยสลาฟกันต่อ เล่นกันหลายคนเลย จนพักกินข้าวเที่ยง บอยก็ลงไปกินข้าว บอยกินแคบหมูผัดพริกกะไข่ดาว แล้วก็น้ำเปนชาเย็นมื้อนั้นหลายตั้งถือว่ากินก่อนอดอยาก หลังจากขึ้นรถก็เล่นพ่กันต่อ ก็เปลี่ยนเปนป๊อกเด้งกินตัง เจ้ามือคือ อิฐ เล่นกันไปเรื่อยๆ บอยก็ถอนหนี้หมดก็เลิก ปล่อยให้พวกนั้นเล่นต่อก็เปลี่ยนเจ้ามือเปนพวกพี่อู๊ดกะพี่โอ๋มาเป็นแทน บอยก็มานั่งพัก จนซักพักเริ่มมีโทศัพท์มาโทรบอกเกรดกันเปนระยะๆ บอย เป้ โอ๋ ก็เริ่มอยากรู้บ้างอ่ะดิ ก็เลยโทรไปหาเอก ด้วยสัญญาณมือถือที่สลับกันระหว่างมีและไม่มี ก็โทรจนพอรู้เรื่องประมาณว่าให้ไปดูเกรดให้ด้วย ก็บอกตามด้วยว่าแถวนี้ไม่มีสัญญาณแล้วเพราะเข้าเขตป่าและเขาแล้วทั้งซ้ายและขวาแห้งแล้งซะเหลือเกิน สีแดงๆจากพื้นดินช่วยเพิ่มอุณหภูมิของอากศให้มากยิ่งขึ้น ระยะเวลาอันยาวนานขณะอยู่บนรถช่างอยากให้ร่างกายถูกปลดปล่อยซะเหลือเกินจนกระทั้งรถจอดหลังจากเลี้ยวเข้ามาจากถนนใหญ่จากมีถนนลาดยางจนถึงดินลูกลังสีแดงเกรอะกรัง พวกเราทยอยลงกันจากรถ แล้วก็มาขนของลงจากรถ ก็มานั่งรอกันว่าตอนแรกจะเดินไป แต่ไปๆมาๆก็มีรถกระบะมารับ ก็ขนของไปก่อน ตามด้วยขนคน บอยก็ขึ้นรถคันสุดท้ายไป ระหว่างบนรถ สภาพวิวทิวทัศน์ทั้งซ้ายและขวาช่างสวยงาม ไม่เหมือนกับถนนเลย ที่เปนหลุมเปนบ่อรถกระโดไปกระโดดมา ไม่นานก็มาถึงโรงเรียน ประมาณเวลา คล้อยเย็น ก็เปนตามคาด ปรเภทเดียวกับที่องศิต น้องๆต่างทยอยกันมาต้อนรับพวกเราที่มาถึงด้วยใบหน้ายิ้มแย้มบนใบหน้า พลอยให้พวกเรารู้สึกสบายใจไปด้วย หลังจากนั้นก็เอาข้าวของไปเก็บ แล้วก็มาขนของต่อเอาไปเก็บตามห้องต่างๆ แล้วก็มาทำที่อาบน้ำของพวกผู้หญิงกัน ทำไปทำมาไม่ได้ใช้ เนื่องจากเกรงว่าอาจเจพวกสัตว์ต่างๆ ก็ให้ผู้หญิงไปอาบน้ำในห้องอาบน้ำแหละถึงคนจะเยอะก็เหอะ ทำเสร็จพี่ก็เรียกไปไหว้พระไหว้เจ้าที่ จากนั้นไปอาบน้ำ ที่อาบน้ำของพวกผู้ชายจะเป็นถังน้ำขนาดใหญ่ ที่รถแทร๊กเตอร์เอาถังเก็บน้ำแบบเคลื่อนที่มาเติมให้อ่ะ เปนที่อาบน้ำกลางแจ้งอยู่หน้าห้องสมุดของพวกน้องๆเลย ก็อาบกันตรงนั้นแหละ ก็ดีนะคิดว่าอาบสบายกว่าพวกผู้หญิงซะอีก อาบเสร็จก็แต่งตัวแล้วก็ไปกินข้าว ก็เปนกับข้าวง่ายๆ บอยนั่งหัวโต๊ะ ข้างซ้ายเปนไอ้หยก ข้างขวาเปนโอ๋ ตรงข้ามเป็นไอ้เอก ข้างไอ้เอกเปนไอ้ต้อม ป้ำ กุ๊ก และบัว ส่วนข้างหยก ก็เปน บุ๊ง และ เฟม อ่ะนะก็อร่อยงับ ไม่เสียตังด้วย ช่วงกลางคืนก็มีพิธีบายศรีสู่ขวัญ พ่อหมอที่เปนผู้ใหญ่บ้านมาทำบายศรีให้ ผู้เฒ่าผู้แก่มากันเยอะเลย ก็ถือว่าเปนการเสริมศิริมงคลให้  จากนั้นพี่ก็มานัดแนะเรื่องหน้าที่ที่ทุกคนต้องทำและกฏเหล็กต่างๆที่ต้องปฏิบัติ บอยได้รับหน้าที่เปนช่างกล้องประจำค่ายซะงั้น จากนั้นก็ปล่อยให้นอน คืนแรกก็นอนกันไม่ดึกมาก ประมาณ เที่ยงคืนได้ ข้างขวาของบอยเป็นไอ้ต้อม ซ้ายเปนไอ้ป้ำ ไม่ไกลนักเป็นไอ้ทอม รวม 4 เหล่าทัพ เลย 555+ คืนนั้นหลายคนบอกว่าอากาศหนาวแต่บอยว่ามันร้อนนะเพราะนอนในถุงนอนที่ยังไม่ค่อยชินอ่ะนะ

     
    วันไปค่ายวันที่สอง
    วันที่ 21 มีนาคม 2549

    ตื่นเช้ามาเวลาประมาณ 6.30 ได้มั้งก็ตื่นกันหลายคนแล้ว หลายคนบ่นว่าหนาว แต่บอยว่ามันร้อนอ่ะนะ ก็ไปล้างหน้าแปรงฟัน แล้วก็เปลี่ยนเสื้อผ้า เสร็จพี่ก็เรียกกินข้าว มือเช้ารู้สึกจะเป็นข้าวต้มอ่ะนะ ก็ตอนแรกก็ไม่อยากกินเท่าไหร่แต่ก็ต้องกินดีกว่าหิว ก็ขอน้อยหน่อยโดยอ้างว่าข้าวเช้าไม่กินเยอะ มันก็เปนเรื่องจริงแหละที่ว่ากินน้อย แต่ว่าน่าจะเป็นว่าไม่ได้กินเลยเสียมากกว่าอ่ะ กินเสร็จ 8.15 ก็ไปเคารพธงชาติกับน้อง น้องๆยืนเปนระเบียบดี พี่ๆก็ไปยืนกับน้องๆ บอยก็เริ่มปฏิบัติงานยามเช้าถ่ายรูปน้องๆตอนเคารพธงชาติ และสวดมนต์ กะถวายสัตย์ จากนั้นก็อ่ะนะ มีแอโรบิค ซึ่งเปนที่ฮือฮามาก เนื่องจากน้องๆเต้นได้อย่างเมามัน และหลากหลายท่ามาก เล่นเอาพี่ๆหลายคนตามกันไม่ทัน+มึน+ร้อน ซึ่งรวมถึงตัวบอยเองด้วย 555+ หลังจากเสร็จแอโรบิคทุกคนก็มานั่งพักกัน แล้วก็เตรียมตัวกันทำกิจกรรมต่างๆตามที่ได้รับมอบหมายไว้ บอยก็ตามไปดูพวกสันทนาการ ซึ่งประกอบด้วย ไอ้ต้อม(ประธานรุ่น) ไอ้ทอม(รองประธานรุ่น) กรุ๊ป กุ๊ก และ บัว ก็เป็นกิจกรรมละลายพฤติกรรมเด็ก ประมาณ ชั่วโมงนึงมั้ง บอยก็ไม่ได้อยู่นานหรอกก็ไปตระเวณถ่ายส่วนอื่นๆของโรงเรียน ก็ไปถ่ายที่ไซด์ก่อสร้าง เหนเพื่อนๆพี่ๆเริ่มทำงานได้ซักพักแล้วรู้สึกจะขนดินมาถมที่อ่ะนะ ก็ไปถ่ายซักพักก็เริ่มมีความเหนใจเพราะงานหนัก ก็รีบไปถ่ายส่วนอื่นๆก็เริ่มจากโรงอาหารที่พวกซังกุง นำโดยซังกุงสูงสุด พรรณซังกุง และซังกุง อื่นๆ กำลังเตรียมอาหารให้พวกเรากินกันในมื้อเที่ยง หลงจากนั้นก็วิ่งรี่เข้าไปในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าทาครีมกันแดด อันนี้สำคัญ มส่หมวกแล้วก็ออกไปช่วยพวกก่อสร้าง เริ่มจากงานยกดิน ก็กลางแดดเปรี้ยงๆนั่นแหละงับ ก็เปลี่ยนเวรกัน ไปนั่งพักในร่ม ยืนพักในร่ม เปลี่ยนกันขุด เปลี่ยนกันยก +กับสวัสดิการที่ยกน้ำแดงโซดามาให้พวกเราดูดดื่มไปเรื่อย ชื่นใจจริงๆ มีแรงขึ้นเยอะ จนกระทั่งเที่ยงก็สั่นกระดิ่งเรียกกินข้าว เริ่มเหมือนน้องหมา-*- ประมาณว่าสั่นกระดิ่งแล้วน้ำลายไหลที่เปนการทดลองของ พาลอฟ มั้ง -*- ไม่แน่ใจ แง้วๆ ก็ไปกินข้าวด้วยความหิว ก็อร่อยทุกอย่างเรย ส่วนรายการอาหารบอยจำไม่ค่อยได้น่อ แต่อร่อยทุกมื้ออ่ะ กินเสร็จก็ปรากฏว่ามีรถไถมาไถดินให้เรียบร้อย เหอๆ เปนอันว่าที่เสียแรงขุดดินเมื่อเช้านั้นเสียแรงฟรี ส่วนการยกดินไม่เสียแรงฟรี ด้วยอาการเซงเล็กน้อยก็ไปดูพวกสันฯต่อ แล้วก็มาทำสมุดกระจก (มันคือสมุดที่เขียนบอกสิ่งที่อยากจะบอกอ่ะ ประมาณนั้น - -) ก็นั่งออกแบบอย่างเดียวแหละเพราะโดนตามให้ไปทำงานต่อมาก็เริ่มขุดดินเพื่อวางคานด้านล่าง ก็อ่ะนะดินผสมหิน เป็นแบบดินดานหรือหินเหลือ ประมาณนั้นผสมกัน ซึ่งแข็งมาก ใช้น้ำรดก็แล้วก็ไม่ช่วยอาไรเลย ระหว่างขุดไปก็มีเหตุการณืที่เรียกว่ามีทหารญี่ปุ่น 2 นาย มันมาจากที่พวกขุด ขุดดินแล้วจะมีคนมาเก็บดินขึ้นจากหลุมซึ่งไอ้กรุ๊ปและไอ้เฟม ที่ใส่ชุด รด. (รักษาดินแดน) ลงไปเก็บดินขึ้นมาจากหลุมเหมือนเวลาที่ ญี่ปุ่นวางระเบิดหลุมเพื่อหาทอง ก็กลายเปนมีฉายาเพิ่มเติมว่าทหารญี่ปุ่น เป็นที่ขำขันในระหว่างวัน 555+ ก็ทำไปเรื่อยโดยมีพี่หมากมือจอบ ที่ใช้จอบด้วยท่าที่สวยงาม ก่อนฟาดจอบก้นของพี่หมากจะกระดก จากนั้นจอบจะฟาดฟันลงสู่พื้นด้วยความรุนแรง จนเริ่มพูดแซว จนพี่หมากเขินๆ 555+ เลิกงานซัก 4โมงเย็นเห็นจะได้ เพราะขุดหลุมวางคานเรียบร้อยแล้ว ก็ไปอาบน้ำยกเว้นไอ้เอกที่บอกว่าจะไม่อาบน้ำ หลายคนตัวแดง 555+ เพราะแดดอันรุนแรงของที่บ้านป่ากล้วยแห่งนี้ได้เลียอย่างเมามัน โดยเฉพาะพี่เน็ท แขนแดงอย่างเห็นได้ชัด วันนี้คิดว่าจะได้พักซะแล้วรถขนปูนก็มา หลังจากที่รอมานาน แถมดันมาหลังอาบน้ำเสร็จแล้วอีกต่างหาก ก็เรียกระดมพลไปช่วยกันขนปูนลงจากรถ หลายคนคงทราบน้ำหนักของปูนแต่ละถุงนะครับว่ามันหนักขนาดไหน ขนาดถือสองคนยังจะแย่เลย จนขนเสร็จหมด เมื่อได้สอบถามผู้ไปเอาปูนมาก็คือพี่นพกะพี่บอม ในที่นี้ถามพี่บอม ก็ทราบความว่า ติดหลบฝนเสีย 3-4 ครั้ง พอจะมาถึงรถยางรั่วอีก ทำให้เสียเวลาไปมาก หลังจากได้พักเหนื่อยจากการขนปูนซักระยะ ก็กินข้าว มือเย็นก็อร่อยอีกแว้ว ได้น้ำจากบัดดี้ด้วย จากนั้นเค้าก็ปล่อยให้พักกันตามสบาย พวกบอยก็เข้าห้องเลย ด้วยการชักชวนของไอ้เอกบอกเล่นไพ่สลาฟกัน ก็เลยเล่นสุดท้ายพี่อู๊ดก็มาห้ามไว้ว่าห้ามเล่น ก็เลยเลิกกัน หลังจากที่บอยเปนคิงซะด้วย ให้ตายสิ ก็เลยเดินมาดูว่าเพื่อนๆหายไปไหนกัน ก็มานั่งอยู่หน้าอาคารอเนกประสงค์ มานั่งเขียนสมุดกระจก บอยก็ไปเอามาทำบ้างสิ ทำไปคุยไปไม่นาน ก็เรียกประชุม วันนี้มีการเขียนถึงเทคเคอร์ และ บัดดี้ด้วย เป็นการเขียนโน๊ตสั้นๆไปบอก ก็มีการแต่งเรื่องกันบ้างเล็กน้อยถึงปานกลาง แล้วก็มีสรุปการทำงานประจำวันและ กิจกรรมที่จะดำเนินการในวันพรุ่งนี้ วันนี้มีการตอนรับพี่ดะอย่างอบอุ่นมั้งพี่เค้าพึ่งจะมาถึงอ่ะนะ ซัก 5 ทุ่มก็เลิกประชุมแล้วก็แยกย๊ายกันเข้าห้องนอน แต่เป้อาซิ ที่ทำให้หลายๆคนเปนห่วง โดยเฉพาะบอยด้วยแล้วหลังจากที่เหนว่ากำลังจะเดินไปที่หน้าโรงเรียนก็เลยถามว่าจะไปไหนกัน เป้โอ๋ก็บอกว่าจะนั่งอยู่ตรงหน้าพระพุทธรูป บอยก็อ่ะนะเปนห่วงแต่ก็ไปนอนยืดเส้นกะว่ายังไม่หลับแหละ ไอ้ป้ำไอ้หยกคงเหนพวกเป้มั้ง เลยถามว่าทำอะไรกัน พอไอ้ป้ำเดินเข้ามาในห้องเลยถามว่าเป้เปนไงบ้าง ควรออกไปคุยมั้ย มานก็พยักหน้ามั้ง -*- รู้สึกว่าป้ำมานจะออกไปโทรสับด้วย ก็เลยออกไป ก็ย่องๆกันออกไปนะ ไอ้ป้ำคงเตรียมจะไปทำให้ตกใจอยู่แล้วแหละ ก็ไปแฮ่ใส่เป้ เป้ก็ตกใจแล้วก็คุยกันซักพักไอ้ป้ำก็ไปโทรศัพท์กะไอ้หยก บอยก็เลยนั่งคุยกเป้โอ๋ นั่งข้างโอ๋ ก็นั่งดูดาว แล้วก็ถามว่าทำไมมานั่งข้างนอก ก็รู้ว่าในห้องหญิงมีตุ๊กแก -*- ซึ่งเป้กลัวมาก มั้ง บอยก็เลยจัดการลุยเข้าไปดู ก็เจอตัวมันอ่ะ โพล่หัวมาท้าทาย ที่ใต้กระดานดำ ไอ้เราก็เพิ่งผ่านประสบการณ์การจับมากับพ่อ เมื่อไม่นานหลายคนก็ตามเข้ามา เริ่มด้วยพี่เนท ถือ ปืนฉีดน้ำเข้ามา น่าเกรงขามมากเปนปืนฉีดน้ำรูปอุลตราแมนตอนบินอ่ะ ไม่มีรูปให้ดู -*- พี่ท่านก็ยิงไล่ตุ๊กแก บอยก็เลยเสนอว่าให้หาบ่วงมาคล้องคอมันดีกว่า ระหว่างรอไอ้เราก็เคาะไล่ให้มันออกมา จนพี่เนทมา ก็เคาะไล่จนมันออก แล้วมันก็วิ่งไปหลบหลังชั้นหนังสือ พวกเราก็ยังจับกันไม่ได้ จนอาจารย์มา เค้าเอาไม้ตีตุ๊กแก ทีเดียมันจอดไปเลย น๊อค แล้วก็ใช้มือจับได้เลย โอ้ ประทับใจในฝีมือมาก ตุ๊กแกไป บอยก็ไป ออกไปบอกสองเป้โอ๋ ว่าตุ๊กแกถูกจับเรียบร้อย แต่ไม่เดินไปบอกดีๆหรอก ก็ไปแกล้งให้เป้ตกใจอีกแหละ เหนหน้าเครียดเลยแหย่เล่น อ่ะนะ อย่าโกดกันน๊า หลังจากนั้นก็ไล่สองคนนั้นไปนอน บอยก็ไปแปรงฟันแล้วก็เข้านอน ในถุงนอนอันแสนอบอุ่น
     
    วันไปต่ายวันที่สาม
    วันที่ 22 มีนาคม 2549
    ตื่นเช้าอากาศวันนี้เย็นเหมือนกาน  นั่งนานมากกว่าจะลุกขึ้นได้ ประมาณว่าเมื่อย+ปวด+ล้า อันดับแรกก็เก็บที่นอน แล้วก็เดินออกมาไปแปรงฟัน+ล้างหน้า เสร็จก็กลับมาที่ห้อง รอเรียกกินข้าว กับข้าวก็จำไม่ได้แระว่าเปนอาราย กินข้าวเสร็จก็ไปนั่งรอแถวต้นไม้ รอเคารพธงชาติ แบบเบื่อๆ ก็ 8.15 เข้าแถวเคารพธงชาติ และแอโรบิค เสร็จก็มาทำงานเปนช่างกล้องต่อ ทำชาวงเช้าอย่างเดียวแหละเดินตระเวนถ่ายทั่วโรงเรียนแล้วก็ไปโบ่ยหน้าที่ให้โอ๋ทำหน้าที่เปนช่างกล้องแทน ก็ไปทาซันบล๊อกแล้วก็ออกไปเตรียมเข้าป่าเพื่อไปตัดไม้เหมือนพวกขบวนการลักลอบตัดไม้เลย ไปกัน 16 คนได้ ไปขนไม่ที่จะมาทำที่หล่อปูนเทคานด้านล่างอ่ะ ไม้หนักมากยาวซัก 4 เมตรได้ต้องใช้คนสองคนแบก บอยแบกกะไอ้อิฐ ซึ่งตอนเข้าไปในป่าก็ทางลำบากอ่ะมีหลุมต้องกระโดข้ามด้วย ขากลับโชคดีที่เค้าให้ใช้ทางลัดที่ใกล้กว่าแต่ก็เดินลำบากเพราะเปนทางลาดเขา ระยะทางไกลพอควร ก็ผ่านต้นไม้ มันเปนต้นที่ยืนอยู่ต้นเดียวบนเขา เหมือนในเรื่องMy Sassy Girl เลย ภายหลังก็เลยพากันเรียกตามๆกัน ก็เดินมาเรื่อยๆจนถึงรั้วของโรงเรียนที่เป็นรั้วลวดหนาม อ่ะนะก็ต้องลอดรั้วลวดหนามกันเข้าไป และก็เอาไม้ไปกองๆ แล้วก็นั่งพักกันซักพัก ให้ช่างเค้าเอาไม้ลงร่องผูกเหล็ก ก็เริ่มเดินงานกันต่อ ก็ไปขนปูนกันมาเตรียมหล่อปูนลงบล๊อกไม้ ก็อากาศร้อนกะลังดีเลย 10.30 น. เริ่มผสมปูนเสร็จ ก็ทำภูเขาไฟ หรือทำให้ตรกกลางเปนปล่องนั่นเองเพื่อเตรียมน้ำลง ก็ใส่น้ำเสร็จก็ไปเตรียมปูนอีกันนึงที่ด้านหลัง ส่งทราย ส่งหิน แล้วก็กวนปูน ปูนเข้าที่กันดีก็ใส่หิน เวลากวนนี้หนักมากก เล่นปวดแขนเลย ก็วิ่งเข้าวิ่งออก ที่ร่มกันเป็นว่าเล่นเพราะอากาศร้อนมาก กวนปูนผสมหินเสร็จก็ ตักใส่ถัง ออกปูนไปเทใส่ในร่อง ที่ช่างเตรียมไว้ให้เสร็จแล้ว หลายคนมีหน้าที่ใหม่เริ่มจับเกรียงกันแล้ว ก็เอาปูนเทใส่ในร่อง จนปูนหมด ก็เที่ยงๆได้ก็ทยอยไปกินข้าวเที่ยงกัน ซึ่งกับข้าวก็อร่อยเหมือนเคย กินเรียบ วันนี้มีเวรล้างจาน แต่พอไปนั่งล้างจาน มะปรางกะแก้ม ก็มาล้างจานให้ซะงั้น ด้วยความหวังที่จะอู้งานหมดสิ้นไปทันพลัน แต่ยังงัยก็ขอบจัยมากจิงๆนะสาวๆที่มาล้างจานหั้ย(บอยมารู้ที่หลังว่ามานั่งล้างก็ปวดหลังเหมือนกันนะ) ช่วงบ่ายก็เหมือนเดิมทำต่อท่ามกลางแดดเปรี้ยงๆทำยาว ซักพักก็มีเพื่อนมาเพิ่มในไซด์ก่อสร้างอีกสองคน คือ อ๊อฟ และ เดช ที่เพิ่งมาถึง มาถึงก็เริ่มงานกันเลยขยันกันจ๊าง(แรกๆก็งี้แหละ) ก็เพื่อนมาเพิ่มกัน 4 คน ก็มี อ๊อฟ เดช แก้ม และ มะปราง และพี่สองคน คือ พี่จันและพี่แบ็งค์ บ่าย 2 กว่าๆก็ต้องไปขนไม้ในป่าต่อแต่คราวนี้สมาชิกเพิ่มแต่บอยก็ยังต้องไปขนมาอีกคราวนี้แบกมากับไอ้ต้อม ไม้เบากว่าตอนเช้าเยอะเลย เดินไปเดินมาแป๊ปเดียวเอง ก็กลับมาทำงานจนถึงซัก 5 โมงกว่าได้มั้งก็เสร็จงาน พี่ปล่อยให้ไปอาบน้ำ ก็ไปซื้อไอติมมากินแล้วก็ไปอาบน้ำสบายจาย แล้วก็มากินข้าว ระหว่างกินข้าวก็ไฟตกๆดับ อ่ะนะก็ดี เพราะปกติกลางคืนเราอาจไม่ได้กินข้าวอย่างเดียวเผลอๆอาจได้กินแมลงด้วย ก็เปนเพราะไฟไม่พออ่ะ ก็ต้องกินข้าวท่ามกลางแสงเทียน โรแมนติก จิงๆ เสียดายไม่มีคนรัก 555+ ไม่งั้นคงครบองค์ประกอบ กินเสร็จก็เลยเอาเทียนมาด้วย ตอนแรกก็ไปนั่งกันที่โต๊ะม้าหิน นั่งคุยกันเรื่อยเปื่อย ซักพักก็ย้ายมาหน้าห้องสตาฟ นั่งคุยกันซักพัก มานก็เอาเกมเป่ายิ้งฉุบ แล้วถอยหนีให้อีกคนยื่นเท้าออกมาให้ชนเท้าอีกคนอ่ะ เค้าเรียกว่ารายก็ช่วยบอกละกัน จากนั้นก็มารวมตัวจับกลุ่มกันร้องเพลง ด้วยกีตาร์ที่มีอยู่ตัวเดียว แต่มีหนังสือเพลงเยอะแยะ ก็อะนะ เป้วันนี้มาเฮิร์ทๆอีกแล้ว ไปนั่งหลบตรงข้างห้องชายอ่ะ นั่งอยู่กะโอ๋อีกแร้ว เปนห่วง ก็เลยเข้าไปถามดูว่าจามาร้องเพลงด้วยกันมั้ย ก็บอกว่าไม่ อืมๆ ก็ไม่เปนรายก็เลยบยอกมีรายก็ตะโกนละกัน เปนห่วง จากนั้นก็กลับมาวงเริ่มร้องเพลงกัน หลายเพลงมาก ผมทำหน้าที่เปนคนส่องไฟ ให้อ่ะ ไม่ใช่ส่องไฟหาปลา นะ ส่องตัวคอร์ดกีตาร์กะเนื้อเพลง ไอ้เทียนไขสว่างไม่พอ จากนั้นพี่ก็เริ่มประชุมสรุปงานในรอบวัน และกำหนดการปฏิบัติงานในวันต่อไป คืนนี้โชคดีที่นอนไม่ดึกมาก เพราะไม่ใช่อะไรหรอก ต้องรีบนอนเก็บแรงเพื่อวันต่อไป วันนี้ก็จบด้วยการนอนหลับอีกเช่นเคยงับ
     
    วันไปค่ายวันที่สี่
    วันที่ 23 มีนาคม 2549
    เริ่มต้นด้วยเช้าอันสดใส ทุกคนเริ่มตื่นนอนด้วยความงัวเงีย ลุกมาก็แบบ ง่วง+เมื่อย หยิบแปรงสีฟันเอายาบีบใส่ ยาก็ใกล้จะหมดหลอดเต็มที ให้คนอื่นใช้ด้วยแต่ดันเอาหลอดเล็กมา ก็ต้องแบบถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน เดินออกมาจากห้องกระเพกๆ เพราะรองเท้ากัด รู้สึกเจ็บแผลแปร๊บๆ ในใจก็บอกว่าแค่นี้เอง แต่ร่างกายบอกว่า กุเจ็บนะ อานนี้ก็เปนเรื่องธรรมดาทนด้าย ก็ไปแปรงฟันแล้วก็ล้างหน้า แล้วเดินกลับมาที่ห้องเอาแปรงมาเก็บแล้วก็เดินไปรอกินข้าว เหมือนทุกวัน สั่นกระดิ่งปั๊บก็กินข้าว โต๊ะกินข้าวก็มีคนมานั่งกินเพิ่มขึ้นก็นั่งเบียดเพิ่มขึ้น อาหารก็ยังอร่อยเหมือนเดิม ไม่ว่าใครจะทำก็ตาม กินได้ม๊ดดด จิงๆนะ กินเสร็จก็เอาจานไปเก็บแล้ว มานั่งยืดเส้นในห้องต่อ ยืดเส้นหรือยืดหลังมานก็เหมือนกานแหละรู้สึกว่ามานเริ่มจะขี้เกียจแล้วจริงๆ ไอ้หยกก็เริ่มไหว้วานให้เอาของไปให้บัดดี้มาน ก็เอาไปให้แล้วก็เลยแวะไปดู งานที่หล่อปูนเมื่อวานว่าเป็นไงบ้างปรากฏว่ามานก็โอเคนะสวยงามดี ก็เลยเดินมานั่งที่เดิมรอเข้าแถวของพวกน้องๆ ก็เหมือนเดิมเคารพธงชาติ สวดมนต์ ถวายสัตย์ แล้วก็เต้นแอโรบิค ซึ่งวันนี้พี่ดะก็เซิ้งมาแต่ไกล - - เปนที่สนุกสนานของพวกพี่เค้า ก็เหนื่อยอ่ะแค่แอโรบิคก็เหงื่อตกแต่พอจับจุดท่าได้เกือบหมดแล้ว ก็อ่ะนะ ไปนั่งพักที่ใต้ต้นไม้ คุยกันซักพักแล้วก็แวะไปดูสันแล้วกลับมาที่ห้อง รอเวลาทำงาน 9 โมงกว่าๆ นอนรอ แล้วก็ทาครีมกันแดด 9 โมงก็เปลี่ยนเสื้อผ้าตัวทำงานออกไปทำงานต่อ  วันนี้ก็ปรับหน้าดินให้แน่ ก็ตอนแรกๆใช้จอบ+ตีน กระทืบดินให้แน่น ต่อมาช่างทำอุปกรณ์อัดดินให้ เป็นท่อนซุงแล้วมีไม้ประกบด้านข้างสองอัน ใช้แรงสองคนถือแล้วก็เอามันไปกระทุ้งดินให้แน่น เราทำไปกันเรื่อยๆก็ทำงานกันจนถึงเที่ยงแล้วก็ไปกินข้าวมื้อเที่ยง เพื่อรอ อิฐบล๊อกมา มานมาตอนช่วงบ่าย ก็เลยมีเวลาไปร้องรำทำเพลงกะพี่เนตคนจริงมือกีตาร์ และอีกอย่างพี่ก๊อฟพี่จ๋ามา ก็เลยฝากกล้องมาไว้ให้ไปถ่ายอีกเหอๆ งานผมก็เยอะจนไม่มีเวลาถ่ายอ่านะ เลยเอาไปฝากไว้กะโอ๋อีก แล้วก็กลับมาทำงานต่อเริ่มผสมปูนและทยอยเอาอิฐบล๊อกมาในที่ทำงาน หลังจากผสมปูนเสร็จก็เริ่มก่ออิฐบล็อกกันทันที วันนี้มีแรงงานหญิงมาช่วยในเขตก่อสร้างด้วย หุหุก็มี ปิ่น พรรณ แล้วก็ เป้ มาช่วยผสมปูน เป้าหมายการก่ออิฐบล๊อกในวันนี้คืออิฐบล๊อก 4 ชั้นให้ครบทุกด้าน ทุกคนก็ช่วยกันทำ ช่วยกันเล็ง ช่วยกันเคาะ ใส่ปูน ยกอิฐ และวันนี้เป้ก็จะกลับบ้านด้วย โชคดีของเป้ที่คุณพ่อของต้นแวะมาดูลูกสาว ช่วงทำตอนเย็นไอติมก็มาแต่วันนี้แปลกบัดดี้บอยม่ายมีไอติมมาให้กิน ไอ้เราก็อยากกินเตมที่ ให้โอ๋ไปซื้อมาให้ แล้วก็ให้เป้ป้อน ความสุขจิงจิง ก็กินข้าวเย็นทันทีที่ปูนหมด กินเสร็จเป้ก็กลับ แง้วเป้กลับไปคนนึง ความเปนห่วงของบอยก็หมดไปเปราะนึง แต่เป้ไปก็ต้องดูแลโอ๋แทน ( -*- ลำบากขึ้นนะเนี่ยกุ ) แล้วก็มาทำต่ออีกเพราะยังไม่ครบ 4 ชั้น ต้องใช้ไฟที่ช่างต่อเพิ่มให้และไฟฉายที่คาบในปากเล็งอิฐบล๊อก ก็ทำกันจนเสร็จแล้วก็ไปอาบน้ำและเข้าประชุมตอน 3 ทุ่มประชุมเสร็จสี่ทุ่มกว่า วันนี้มีโชว์เด็ดที่กิ๊ฟนัท เต็มแด๊แด่ กะ พี่เปียว เปนที่สนุกสนานกันไป เสร็จจากนั้นก็ไปแปรงฟัน แล้วก็เข้านอน อย่างรวดเร็วด้วยที่ทราบมาว่าให้รีบนอนจะดีที่สุดเพราะพรุงนี้พี่บุญจะมาแล้วนะ เดี๋ยวจะไม่ได้นอนกัน ก็ทันทีครับรีบเข้านอนทันที คืนนี้มีเหตุการณืผิดปกติเกิดขึ้น พี่ทีม เมามาแตไกลเลย ตะโกนโหวกเหวกโวยวายมาเลย รู้สึกจะตะโกน ... ตายไปหลายคนเลย ไคลแมกซ์อยู่ที่ไอ้เอก โดนถามว่า พ่อมึงตายรึยัง ไอ้เอก พ่อมึงตายเหรอ ไอ้อ้วนดำ และอีกหลายๆ คำ ก็ฟังจนพี่เคาสวดจบ จึงได้นอนต่อ รู้สึกการตะโกนครั้งนี้จะไม่แค่ได้ยินกันในห้องชายเท่านั้น แต่ดังไปถึงอีก 2 ห้องที่เหลือด้วยแหะ -*-
     
    วันไปค่ายวันที่ห้า
    วันที่ 24 มีนาคม 2549
     
    เริ่มต้นด้วยเช้าประมาณ 7 โมงเช้า เปนอีกนึงวันที่ได้ตื่นสายนิสนึง ตื่นมาก็รีบไปแปรงฟัน ทั้งที่เท้ายังเจ็บหล่ะก็เห็นมานเป้นคราบเลือดเลยแสดงว่าเลือดไหล เเม่อวานก็ไหลแต่แค่ซึมๆวันนี้เล่นเปนคราบเลยไม่สนใจชั่งมัน ก็แปรงฟันเสร็จก็ช่วงเช้าก็เหมือนเดิมทุกวัน (เริ่มขี้เกียจเขียนเพราะมานเหมือนเดิม จริงๆ ) แอโรบิคขี้เกียจทำจริงๆรู้สึกร่างกายไม่มีแรงเลย ช่วงเริ่มไปทำงานที่ไซด์ก่อสร้างก็วิ่งเข้าวิ่งออกร่มบ่อยๆ เนื่องจากไม่ไหวจริง ก็ผสมปูนกวนปูนสลับกันตามเพลง เปลี่ยนคิวกันจะได้ไม่เหนื่อย  ก็รอช่างวางวงกบหน้าต่างไปด้วยวางเสร็จก็เริ่มก่อปูนกันต่อเลย เป้าหมายวันนี้คือ ทำให้เหนือวงกบ ก็สูงเลยอ่ะ ก็ทำกันเหมือนเมื่อวาน ผสมปูบ ขนอิฐบล๊อกมาวางข้างใน แต่ที่ลำบากกว่าเมื่อวานก็คือการที่กำแพงมันสูงขึ้นหน่ะสิก็ปฏิบัติงานได้ลำบากมากยิ่งขึ้น ทุกคนทำงานสลับสับเปลี่ยนหน้าที่กันระหว่างก่ออิฐและผสมปูน เพื่อลดความเหนื่อน ท่ามกลางด้วยอาทิตย์ที่ส่องแสงแรงกล้าเพื่แผดเผาผิวหนังของเรากันอย่างตลอดเวลาไม่หยุดหย่อนและไม่ยอมอ่อนแรง เมฆน้อยที่ลอยประปรายบนท้องฟ้า เปนสิ่งที่บอกกับเราได้ว่าเราต้องเผชิญกับแดดตลอดทั้งวัน สายลมหยุดนิ่ง มีเพียงอากาศที่เคลื่อนที่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ยังโชคดีที่เหล่าสวัสดิการสาวสวยที่มีมาบริการน้ำแดงโซดา ชื่นใจให้พวกเราตลอดเวลา และเท้าที่เจ็บก็ทนไม่ไหวแล้วเหลือไปเหนปาสเตอร์ยาอันนึงบนโต๊ะยังไม่ได้ใช้เลยควักมาแปะซะ เมื่อย่างเข้าเวลาเที่ยงก็ได้เวลากินข้าวเที่ยงเสียที ปูนก็ทิ้งไว้อย่างนั้น ใส่น้ำแล้วก็ทิ้งไว้ มากินข้าว กินเสร็จก็เปนเวรล้างจานก็ต้องมาล้างจาน ที่นั่งล้างจานก็มี จูน กุ๊ก กิ๊ฟ บอย พี่โอ๋ ช่วยกันล้าง ล้างกันแป๊ปเดวเอง ก็เสร็จ ก็รีบวิ่งไปทาครีมกันแดดที่ห้องแล้วไปลุยงานต่อ ก็เริ่มมาก่อปูนเลย ทำกะไอ้เอก และก็บุ๊ง ก็ทำไปเรื่อยๆ ก็เริ่มสูงขึ้นก็ต้องเริ่มยืนบนถังกัน ไม่นาน ไอ้เอกก็ถูกปลดเนื่องจากทำเบี้ยวเยอะ เหอๆ พี่นพเปนผู้ปลดประจำการไอ้ระดับโลกทิ้ง ผมก็เลยทำต่อปาย จนเริ่มรู้ส฿กว่าเจ้าจอร์จแดดมันเลียขา ยืนนิ่งๆไม่ได้ ร้อนขามากก็ ยืนแป๊ปๆก็ต้องเต้น เพราะร้อนมาก แดดช่วงบ่ายสาม นี่ร้อนจิงๆ ยืนทำมาได้ซัก 3 ชม.ก็ไม่ไหว ไปนั่งกวนปูนบ้างดีกว่า ไปถึงโอ้สบายไปนั่งคุยซะมาก เพราะว่าพี่วีมาแล้ว พี่วี พี่ไมค์ พี่บุญ มาโดยติดรถพี่หมอมา นรกมาเยือนจิงๆ ไอ้หยกก็มาเล่าเรื่องผีที่มานเห็นอีก โอ้จะว่าไปยังไม่ได้ดูภาพเลยว่ามันหลอนเองเปล่า 555+ จนถึงช่วง 6 โมงเย็นก็ยางไม่มีทีท่าจะเสร็จเหมือนเดิม ก็ไปกินข้าวตอนซัก 6 โมงครึ่งได้มั้ง กินข้าวเสร็จ ไอ้ต้อมก็นัดเรียกประชุมเพื่อเตรียมงาน ที่จะมีการแสดงของชั้นปีนึง โดยสรุปรวมว่าจะเป็นการยำหนังมีโฆษณาแทรก แล้วก็โบ้ยงานให้ผู้หญิงจัดการต่อซ฿งคนดำเนินงานเป็น กุ๊ก กะ บัว ส่วนผู้ชายต้องไปก่อสร้างต่อ ก็รีบไปที่ไซด์ก่อสร้างแล้วก็ช่วยทำด้านหน้าที่ยังไม่ได้ก่อถึงชั้น 4 เลย ก็ทำกะไอ้ทอม ไม่นานก็เสร็จ จึงมาช่วยไอ้หยก กะ บุ๊งต่อ บอยก็อยู่ด้านนอกอีกเหมือนเดิมคราวนี้ไม่มีไฟด้วย แต่โชคดีที่โอ๋มาช่วยส่องไฟให้ จิงแล้วมานก็มาช่วยตั้งแต่ทำกะไอ้ทอมและ แต่ตอนนั้นยังพอมองเห็น แต่ตอนนี้แทบตาบอดมืดตื๋อเลย มองแทบม่ายเหน ก็รีบทำจนเสร็จแล้วก็มาประชุม ที่ประชุมเริ่มประชุมกันตั้งแต่ 3 ทุ่มกว่า แต่ก่อสร้างไปถึงก็เกือบสี่ทุ่มและวันนี้ก็ว่าด้วยเรื่องประชุมเคร่งเครียด เป็นเรื่องในห้องครัว ซึ่งจิงๆแล้วแรงงานมีการถกเถียงเรื่องความอร่อยด้วยนิดโหน่ย และคิดว่าเรื่องเช่นนี้อาจเกิดขึ้นเพราะการแบ่งงานกันทำ ซึ่งก็เหนได้จากวันนี้ที่พรรณซังกุงมาช่วยที่ไซด์ก่อสร้าง ความร้าวฉานเกิดขึ้นเพราะการเข้าใจผิดและการไม่พูดคุยกัน ซึ่งจำเลยมี ปิ่น ปรางค์ พรรณ แก้ม มะปรางค์ และพี่จัน พี่แบงค์ ซึ่งเรื่องยุติลงด้วยความเข้าใจกัน และการพูดของพี่วี ทำให้เรื่องจบลงด้วยดี แล้วก็น้ำตาของพี่โน๊ต อืมๆในที่ประชุมมีหลายน้ำตา บางครั้งน้ำตาก็ช่วยอะไรได้มากมายนะ อื้ม หลังจากประชุมเสร็จก็เปนบัดดี้ เหมือนเดิม แล้วก็เลิกประชุม ได้ไปอาบน้ามกันซะทีตัวเหม็นฉึ่มเรย อาบน้ามเสร็จก็มาหาอาไรกินกันซึ่งเป็นมาม่า กินได้นิดเดวเอง มันเผ็ดอ่ะ ไม่ชอบเลย ก็หาอะไรคุยกันเพื่อไม่ให้ง่วงและไม่ให้ตกเปนเหยื่อของพี่บุญที่จะนำพิชโช่ใส่ปาก แต่อิฐมานไปนอนก่อนเพื่อนแล้ว เปนเหยื่อรายแรกเลยน่าสงสารอ่า ไอ้กรุ๊ปเข้าไปช่วยโดยเร่งด่วน แล้วกลับมาเล่าให้เพื่อนๆฟัง ซึ่งทำให้สถานการณ์ตึงเครียดเพิ่มมากขึ้น ไอ้ทอม ทนไม่ไหวหลับที่โรงอาหารปล่อยให้พวกเราคุยกันไปซักพัก ก็เลยแอบย่องออกมาโดยทิ้งไอ้ทอมไว้ให้ตกเป็นเหยื่อ แต่มานดันตื่นก่อนเลยรอดตัวไป จึงตัดสินใจไปแปรงฟันก่อน เพื่อเตรียมนอนกัน ซึ่งวิตกกานถ้วนหน้า ไม่เว้นแม้พวกพี่ที่ยังไม่ข่มตากันนอนหลังจากพี่ทีมที่ปิดมิดชิดตกเปนเหยื่อเรียบร้อย บอยก็จัดแจงเอาถุงใส่ถุงนอนคลุมหัวดึงเชือกรูดปิดมิดชิดแล้วนอน ซึงคิดว่าปลอดภัยจากฟิชโช่แต่อาจขาดอากาศตาย ซึ่งวิธีแต่ละคนก็แตกต่างกันไป กว่าบอยจะหลับได้เฮ้อเกือบขาดอากาศตาย
     
    วันไปค่ายวันที่หก
    วันที่ 25 มีนาคม 2549
    เช้านนี้ตื่นมาด้วยความงงๆ มือจับปากตัวเองเปนอันดับแรก ไม่มีอะไรติดปาก ก็ถอนหายใจว่ากุรอดแล้ว แต่หันไปทางขวา ทำไมถุงใส่ถุงนอนกุหลุดไปออกจากหัวกุวะ -*- เวง ไงแน่วะเนี่ย แต่คิดว่าตัวเองไม่โดนนะ คงจาเผลอละเมอดึงออกมาเอง ก็ไปแปรงฟันเลย ก็ปกติไม่มีฟิชโช่ติดตามไรฟัน อืม หายห่วง เดิมกลับมาที่ห้อง ก็เลยพอรู้ว่าใครโดนม่าง พี่เต๊ะบอกว่า ไอ้เฟมโดน ไปเปนลูกกลอนเลย โหห ขนาดนั้นเลยเหรอพี่ แล้วผมโดนเป่า พี่เต๊ะบอกว่า เมิงโชคดีมาก ไม่โดน ตอนแรกนึกว่าจะโดนไปแล้ว เลย โอ้ รอดตาย ส่วนไอ้ป้ำเหรอคับ รุ้สึกมานจะพันหน้าเปนมัมมี่ รอดเช่นกัน ไอ้ต้อม ไม่รุ้งับ แต่รุ้สึกมันก็ป้องกันนะ ไอ้ทอม รอดเช่นกัน จากนั้นก็สังเกตตัวเองว่าเริ่มมผื่นขึ้นที่แขนซะแล้ว โอ้ไม่น่าเลย จากนั้นก็จับกลุ่มคุยกานซักพักและไปเข้าแถวกะน้องๆเหมือนเดิม วันนี้มีกะลังจัยจะออกกะลังกายหน่อย ก็เดินกลับห้องไปงีบซักแป๊ปนึง ครึ่ง ชม.ได้ แล้วลุกขึ้นมาทาครีม เปลี่ยนเสื้อ แล้วไปลุยต่อ ไปถึงก็กำลังผูกเหล็กกันเลย ผูกเล็กเพื่อเตรียมเทพื้นปูนอ่ะ เปนโครงเหล็กเราก็เอาลวดไปผูกให้เหล็กเส้นเป็นตารางช่องๆ แล้วก็เริ่มขนทรายมารองพื้นให้เสมอเท่ากันแล้วก็ ผสมปูน กวนปูน ใส่ หิน ก็ทำอย่างนี้หลายกระบะมากเลย เปนงานกวนปูนที่หนักมากทีเดียว ทำกันทั้งวัน ปูนอย่างเดียว กวนเสร็จก็ยกปูนไปเท ปูนหมดก็ไปเอาปูนมาใหม่ ส่งทราย ส่งหิน ยกน้ำ ผสมปูน กวนปูน ยกปูน ทำกันตอนแรกสองกระบะ รูสึกว่าช้า จึงทำเพิ่มเป็นสามกระบะ งานจึงเร็วขึ้น อีกอย่างมีแรงงานเพิ่มด้วย เช้านี้มีการแงขันกีฬาระหว่างนิสิตคณะสังคมศาสตร์ ภาควิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และนักเรียนโรงเรียนบ้านป่ากล้วย เปนฟุตบอล และวอลเลย์บอล ผลฟุตบอลรู้ส฿กว่าทีมเราจะพ่ายแพ้ยับเยินไป ส่วนวอลเล่ย์ไม่รุ้อ่ะ ก็มานั่งกวนปูน ผสมปูน แล้วก็ยกปูนไปเรื่อยๆจนเที่ยง ก็กินข้าว กินเสร็จก็รีบมาต่ออีกแต่วันนี้มีความลับที่รู้มามานคือที่ซ่อนฟิชโช่ ซึ่งค้นพบจริงและได้นำไปทำลายเพื่อความปลอดภัย จากนั่นก็กลับมาทำงานเหมือนเดิม บอยอยู่ที่ผสมปูนด้านหลังอย่างเดียวที่เดียว ก็ทำไปกันจนหินหมด ก็ต้องไปเอาหินจากอีกที่มา ก็ยืนส่งหินกันเป็นทอดๆ หินก็ยังไม่พออีกที่จะเทพื้นจนเต็ม ก็เหลืออีกนิดหน่อยที่ยังไม่ได้เท เพราะปูนหมดกระบะ และหินเกลี้ยง ก็เลยปล่อยไปอาบน้ำตั้งแต่ช่วงเย็น เย็นก็ 6 โมงเย็นแหละ ไปอาบน้าหลังห้องสมุด เปลี่ยนที่เนื่องจากน้ำหมด พออาบเสร็จก็จัดกระเป๋าเอาของใส่เพื่อเตรียมกลับในวันพรุ่งนี้ เสร็จพี่ๆก็เรียกออกมากินข้าว กินข้าวเสร็จก็ออกมางานที่จัดหน้าโรงเรียน มานั่งเตรียมเรื่องที่จะแสดงต่อ ก็เปนเรื่องยำๆกาน พระเอกเปนทหารคือไอ้เฟม ตัวร้ายมีมาร์ครับบทโดยไอ้อทอม บรูซลีรับบทโดยบอย จ่าพนมรับบทโดยไอ้หยก นางเอกรับบทโดยต้น ก็คุยงานกันเรื่อยขณะที่น้องๆเริ่มแสดง น้องแสดง 5-6 ชุดนี่แหละก็เว้นด้วยพี่มาร้องเพลงเต็นเปนระยะซึ่งรวมกิ๊ฟที่เต้นแด๊แด่กะพี่เปียวด้วย ตามด้วยของปีหนึ่ง บทสดกานถ้วนหน้า ก็แสดงออกมาได้โอ โฆษณาก็ดีอ่ะ ฮาดีอ่ะ ไถไปได้ แล้วก็ของปีสองปีสาม เป็นเต้นเอาลูกโป่งมาติด - - ก็มีการมอบของและกล่าวจบงาน จากนั้นพี่ก็เรียกมาร้องเพลงสามัคคีชุมนุม ทำนองออแรงซายด์ อ่ะรุ้ใช่ม๊ะแล้วก็ตามด้วยรวมกอดคอกันร้องเพลงรัฐศาสตร์เกษตร ร้องกันดังมาก ตามด้วยบูมรัดสาด แล้วก็มาถ่ายรูปรวมกันเป็นที่ระลึก จากนั้นก็เริ่มพิธีการต่อไปก็ไปนั่งรวมกันในห้องประชุมอเนกประสงค์ของโรงเรียนแล้วก็จุดเทียน จากนั้นก็ดับไฟ ก็เริ่มเล่าเปิดใจของแต่ละคนซึ่งแต่ละคนก็พูดได้ดีมากงับ โดยเฉพาะพวกี่ๆ เช่นพี่โอ๋ พี่กวาง พี่หมาก และเปิดใจกันเรื่องห้องครัวเหมือนเมื่อวาน วันนี้ก็มีร้องไห้กันเหมือนเมื่อวานซึ้งคับ หลายๆคนพูดดีมาก หลายๆคนรู้สึกประทับใจอย่างมากที่ได้มาค่ายแห่งนี้ ก็พิธีการนี้จบลงก็ตีสองได้ หลังจบก็มีเซอร์ไพรศ์วันเกิดของกุ๊ก วันนี้เปนวันเกิดของกุ๊กกะพี่เปียว ซึ่งง่วงกันเต็มที่ก็นัดกันมาปล่อยผีกันเลยก็ย้ายของสัมภาระและไพ่มานั่งเล่นห้องผู้หญิง ก็มานั่งเล่น ขณะกะลังจะเริ่มพวกพี่ก็เริ่มจับชี่ โอ้ย ต้องวิ่งหนีกานถ้วนหน้าพี่หมอก็เจาะจงเล่นแต่กะบอย เอ้อ โชคดีที่รอดไป ไอ้ทอมโดนคนแรกจะไปช่วยมันก็ช่วยไม่ได้ ไอ้ต้อมโดนอีกราย ตามด้วยไอ้อ๊อฟ ที่แลจะโดนหนักโดนต่อหน้าธารกำนันเลย 555+ เล่นแบบหื่นๆกันเลย ทั้งแป้งเย็น น้ำแข็ง เทียน โอ้ย เหนยังกลัวแทน หลังจากหมดเหตุการณ์พวกนั้นแล้วก็ได้เวลาเล่นไพ่เสียที ก็เล่นป๊อกเด้ง ตาแรกเจ้าหน้าเลืองมาเลยเสียกันรอบวง -*- แล้วก็เล่นไปๆเรื่อนจากเขียนติดหนีเป็นเอาเงินจริงมาจ่ายกันเลย จากนั้นไอ้กรุ๊ปก็เอาปากกามาเขียนแขน - - เวร มันเขียนว่า "ผมเป็นช่างกล้องครับ" เหอๆแล้วก็มานข้างๆ บอกให้เฝ้าภัยให้ด้วย จากนั้นไอ้ทอมก็เริ่มไม่ไหว ไปอีกรายนอนเรียบร้อย บอยก็เล่นจนเจ้าเลิก ซึ่งเจ้าก็หน้าเดิมนั่นแหละไอ้เอิฐนั่นเอง หลายคนออกไปดูดาวกัน บอยก็เลยนอนบ้าง นอนในห้องผู้หญิงนี่แหละไปเอาถุงนอนมาปูแล้วนอนใต้เท้าปิ่น ปู โอ๋ มั้ง เหอๆ ไม่สนใจ คนมันง่วงและต้องการความปลอดภัยก็นอนมันตรงนี้แหละ แล้วก็หลับปาย
     
    วันไปค่ายวันที่เจ็ด (วันสุดท้าย)
    วันที่ 26 มีนาคม 2549

    ตื่นมากับความมึนตึบ หันขวาอ้าวไอ้กรุ๊ป ไอ้ทอมไปไหนแล้ววะ - - หันซ้าย เหนปิ่นมองหน้าบอย งงๆ บอยก็งงเหมือนกานง๊าบ ก็เลยรีบออกจากห้อง แล้วก็แปรงฟัน ล้างหน้า แล้วก็กลับมาแต่งตัวแพ๊คกระเป๋า ไปกินข้าวช้าวมื้อสุดท้ายของที่นี่ แล้วก็กลับมาจัดห้อง น้องๆก็มายืนออจามาเล่นด้วย พี่ขอเวลาจัดห้องก่อนค๊าบบ น้องก็มาขอตังไปกินหนม ก็เลยให้ไป ไอ้เราก็กะเหมือนเปนค่าปิดปากไม่ให้มากวน ที่ไหนได้ไปต่อแต้มให้เดกคนอื่นมาขอตัง เวรเรยกุ ก็ยังไม่ให้เดกคนอื่นโดยอ้างว่าพี่ไปทำงานก่อนน๊า ก็ขนพวกหมอนผ้าห่มมาเก็บที่ห้องสตาฟ พี่หมอก็เรียกให้ไปนวดให้อีก ก็จัดไป นวดๆก็นวด เรื่อยๆ จนพี่โน๊ตมาเรียกมั้งว่าให้ไปปลูกต้นไม้พร้อมกับน้อง ก็ไปก็น้องคนนึงชื่อรายหว่า ลืมไปแระ 555+ น้องเปนพวกขี้อายรึไง ถามคำตอบไม่เต็มคำ - - ก็ถามไปเรื่อยเปื่อยพี่เรียกมาเข้าแถวแล้วพาน้องไปที่ร้วโรงเรียนแล้วปลูกต้นไม่พร้อมกับน้อง พอปลูกเสร็จก็มายืนรอที่ร่ม รอพี่เรียกกลับ ก็พอพี่เรียกกลับเลยให้น้องเค้าขี่คอกลับ เหอๆ โชว์พราวความฟิตของร่างกายหน่อย ก็ไปรวมตัวกันที่ห้องประชุมอเนกประสงค์ เลยพาน้องไปล้างมือกะกินน้ำก่อนแล้วก็มานั่ง พี่ก็กล่าวคำอำลาและขอบคุณน้องๆและอาจารย์ แล้วก็ให้น้องไปรับขนม+นม แล้วพวกเราก็จัดการขนของขนกระเป๋าขึ้นรถเตรียมกลับ ก็ทำหน้าที่เป็นช่างกล้องอีกครั้งเริ่มถ่ายรูป ก็ถ่ายสปอนเซอร์ของเราแล้วก็ พี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ ที่กำลังจะจากลากัน แล้วก็ไปถ่ายห้องสมุด จากนั้นก็ขึ้นรถกระบะเพื่อไปยังรถบัส ก็ขึ้นรถบัสก็นั่งกะโอ๋ และไอ้อิฐ รถออก 5 โมงเช้าได้ นั่งเบียดกว่าขามาเพราะจำนวนคนที่เพิ่มนั่นเอง รถก็วิ่งออกไปในเส้นทางเดิมที่เราเข้ามา ระยะทางเริ่มห่างไกล แต่น้ำใจที่เราให้ไม่ไกลเลย บนรถทุกคนเหนื่อยแรง หลายคนเริ่มหลับ สังเกตได้จากไอ้อิฐท่าทางเมื่อคืนจะหนัก หลับปุ๋ยเลย บอยก็ง่วงอ่ะ แต่หนักไปทางเมารถมากก่า ยังบออกกะโอ๋เรยว่าจะอาเจียน เหอๆอากาศมันร้อนนี่นา ก็เรยงีบไปงีบนึงบนไหล่โอ๋ - - ซักพักเดียวจิงๆเพราะรู้สึกว่าเมื่อยคอ เลยตื่นดีกว่า นั่งร้องเพลงที่เปิดไปเรื่อยๆแก้ง่วง ก็นั่งมาจนจะถึงน้ำตกแล้วพี่เค้าก็ถามว่ายังอยากไปน้ำตกหรือจะกลับกรุงเทพเลย ก็พร้อมจัยกันตอบเลยว่ากลับกรุงเทพเลย ก็เลยไม่แวะ แล้วไปแวะที่ร้านกินข้าว บอยก็ไม่ได้กินเพราะรู้สึกอยากจะอ้วกเรยไม่ได้กินก็ไปซื้อของเตรียมให้บัดดี้กะเทค เพราะเด๋วจะเฉลยบัดดี้กันแล้ว ขึ้นรถมาก็เริ่มสอนเพลงเฉลยกันเลย เพลงก็ค่อนข้างรุนแรงนะเนี่ย -*- ก็เฉลยกันอย่างสนุกสนานเฮฮา จนถึงของโอ๋ มานก็รู้อยู่แล้วว่าใครเทค ก็บอยเองแหละ เท่าน๊านแหละโดนแซวซะทั้งคัน โดยตัวการคือไอ้ต้อม -*- ตามด้วยเพลง แถมบอยยังเดาเทคผิดอีก ที่แท้พี่ข้าวนี่เอง เชื่อโอ๋แต่แรกก็ถูกแร้ว เหอๆ ณุ้อย่างเดียวว่าเป็นพี่แน่ๆ มากก่าปีสอง ก็เรยเดาไปว่าพี่มะนาว -*- ผิดดด 555+ ได้เปนแป้งแคร์จากพี่ข้าวมา 1 กระป๋อง และของจากบัดดี้(โอ๋)เป็น ขนมหมีช๊อคโกแลต เปนอานว่าผ่านไป หลังจากนั้นก็เปนการอ่านกระดาษบัดดี้ ซึ่งบอยเขียนไปทักทายพี่รหัส(พี่ก๊อฟ) แต่ก็ไม่วายโดนเจ้ากรมข่าวลือ แซวเนื่องบอยกะโอ๋อีก เหอๆ หลังจากเหตุการณ์พวกนี้ก็ยังโดนแซงมาจนถึงทุกวันนี้ รถก็วิ่งๆๆ มาจนถึงมหาลัยก็ 5 โมงเย็น ยาวนานมากกก ก็ต้องลงมาช่วยขนของไปไว้ที่ซุ้ม แล้วก็รีบวิ่งไปดูเกรดรัดสาด ได้บีบวก อ่า ก็ตามคาด แล้วพี่ก็เรียกมาบูมรัดสาด แล้วก็แยกย้ายกันกลับบ้าน บอยกะโอ๋ ก็เดินไปดูเกรดอ่ะ ก็ตั้งแต่ health บอยได้ บีบวก ENG3 ได้ บี และจีน ได้เอ สมใจตัวเดว ภาษาจีน ภูมิจายอย๋างแรง ก็เรยเดินกลบก็โอ๋ ไม่วายโดนพี่หมอแซวอีก ก็เดินไปส่งถึงป้ายรถเมล์ รอรถนานมาก กว่ารถจะมาก็เกือบทุ่ม บอยถึงห้องตัวเองก็ทุ่มนึง โยนกระเป๋าแล้วก็อาบน้ำ ออกมาก็ค้นหาแผล แผลก็เยอะเหมือนกาน แล้วก็เอาของออกจากระเป๋ษจัดของ เอากระเป๋ษเก็บ แล้วก็นอนทันทีด้วยความเพลีย

     

    ปล.เด็กโรงเรียนนนี้ร้องเพลงชาติโดยไม่มีช่องไฟ ไม่ทราบว่าทำให้เพลงชาติเพราะขึ้นเหรอ

    ปล2.รัดสาดไม่ใช่แรงงานมืออาชีพ

    ปล3.พ่อไอ้เอกยังไม่ตาย

    ปล4.เรามากันช่วงแดดแรงที่สุด อากาศร้อนที่สุด น้ำน้อยที่สุด

    ปล5.ผู้ชายไม่ใช่พวกทนแดด

    ปล6.น้ำแดงจะแดงหรือไม่แดง จะซ่าหรือไม่ซ่า ขอเป็นน้ำกินได้เหมือนกานหมดสวัสดิการอย่างน้อยใจนะจ๊ะ

    ปล7.อาหารทุกมืออร่อยเหมือนกาน ฉะนั้นอย่าทะเลาะกานเลย

    ปล8.ทุกคนขยันขันแข็งดีมาก

    ปล9.น้องที่นี่น่ารักทุกคน

    ปล10.พี่ทุกคนก็ใจดี

    ปล11.ที่นี่แมลงเยอะมาก ไม่รุ้มาจากไหนนัก 

    ปล12.ไอติมที่มาขายกำไรทันทีเมื่อมาขายให้ชาวรัดสาด

    ปล13.ร้านขายของลงทุนย้ายร้านมาที่โรงเรียนเพื่อความสะดวกของพวกเรา

    ปล14.ฟิชโช่ เป็นสิ่งที่น่ากลัว และไม่น่าจดจำ

    ปล15.เวลาผู้ชายอาบน้ามมักมีพวกถ้ำมอง

    ปล16.ทหารยุ่นมักมาขโมยกางเกงใน

    ปล17.ท่านเจ้ากรมข่าวลือมีน้องสาวสวย

    ปล18.ข่าวลือมีมูลความจริงในบางข่าว

    ปล19.พี่มักติ๊งต๊องชอบพูดและทำท่าเลียนแบบน้อง

    ปล20.คำพูดยอดฮิต อย่าไปกลัวเดะ ระดับโลกกกก

    ปล21.โอริโอ้กินแล้วลิ้นเขียว

    ปล22.หารู้ไม่ถั่วรสวาซาบิที่ทุกคนกินกันเป็นถั่วที่หมดอายุ-*

    ปล23.ที่นี่เปนแหล่งแจ้งเกิดคู่รักทั้งจริงและไม่จริง

    ปล ทิ้งท้าย.เขียนมากคงถูกเตะ ยังไม่จบ ยังมีอีก ยัง ยังไม่พอ

    March 19

    เหอๆ วันพักผ่อน

    เมื่อวานงานโฮมส่งผลให้ปวดเมื่อยหลังอย่างมากยืนเปนชั่วโมงๆ แต่ก็ยังดีที่มีของกินค่อยอิ่มหน่อย 555+  เบียร์เหลือเลยได้ซดเบียร์ไปแก้วนึงเหอๆ ว่าจะไม่กินแร้วน๊า เผลอกินจนได้ วันนี้ก็ว่าจาไปซื้อเมม มาเพิ่มอ่ะ พรุ่งนี้คงต้องใช้เยอะพอควรเรย ถือว่าเปนของขวัญวันเกิดอ่ะ ยังไปพันทิฟม่ายถูกเรย แย่จังเรา ไปตั้งหลายรอบก็ยังจำไม่ได้ พรุ่งนี้ไปค่ายอาสาแล้วไป 1 อาทิตย์เตมๆ กลับมาก็ต้องเรียนต่ออีก ก็ถือว่าหนักและลุยพอควรเรยหล่ะ จาเก็บรูปมาให้ดูเยอะๆนะคับ ชัวร์แน่นอน 555+
    March 11

    ก่อนกลับบ้าน

    เหอๆ สำหรับคนที่เข้ามาอ่านนะคับ จากนี้เปนเวลาประมาณ 6-7 วันจะอยู่ที่จันทบุรีคับ เปนช่วงปิดเทอมระยะสั้นจริงๆ อาจไม่ได้แวะมาอัพสเปซแต่อาจแวะมาอัพรูปที่ไปเที่ยว ไงก็คิดถึงทุกคนง๊าบบบบ